ตึกในเมืองตรังไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่มันคือบันทึกของประวัติศาสตร์ที่บอกว่าในอดีตเมืองนี้มีวิถีชีวิตอย่างไรและบรรยาคึกคักแค่ไหน


ท่ามกลางกาลเวลาที่กำลังเดินหน้ายังคงมีบางสิ่งตั้งตระหง่านเผยให้เห็นเรื่องราวแห่งอดีตกาลไว้อย่างแยบยลไปกับวิถีชีวิต “ตึกในเมืองตรัง” ไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่มันคือบันทึกของประวัติศาสตร์ที่บอกว่าในอดีตเมืองนี้ผู้คนมีวิถีชีวิตกันอย่างไรและบรรยากาศคึกคักแค่ไหน บางตึกถูกทิ้งร้างบางตึกยังทำหน้าที่เป็น ร้านค้า หรือที่อยู่อาศัยได้อย่างไม่บกพร่อง ถึงแม้บริบทจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ความงดงามของงานสถาปัตยกรรมยังมีให้พวกเราได้เห็น หากได้มาเยือนเมืองตรังการเดินเล่นเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ดูตึกรามบ้านช่องคืออีกหนึ่งกิจกรรมที่เพลิดเพลิน และไม่ควรพลาด
ทำไมตึกเมืองตรังถึงสวย
หากอธิบายอย่างเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ อำเภอเมืองตรังในปัจจุบันคือเมืองที่ถูกย้ายมาจากเมืองกันตังที่ในอดีตเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญอย่างมาก มีการทำการค้าระหว่างต่างชาติ ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไทย จีน มาลายู ยุโรป แต่ด้วยการเล็งเห็นความไม่ปลอดภัยหากเกิดภาวะสงคราม เลยได้ทำการย้ายเมืองจากกันตังมาที่ตำบลทับเที่ยง(เมืองตรังปัจจุบัน) ตั้งแต่ พ.ศ. 2459 ซึ่งทำให้ความรุ่มรวยทางบริบทสังคม และวัฒนธรรมถูกย้ายตามมาด้วย เกิดการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของผู้คนหลากหลาย และได้รับอิทธิพลของนานาชาติรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสะท้อนผ่าน อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิต


ที่ยังทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยได้อย่างดี



เที่ยวเพลินเดินดูตึก
หลังจากที่คุณออกไปท่องธรรมชาติที่ทะเลตรังมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลองกดวันลาเพิ่มอีกสักวันสองวันแล้วใช้เวลาเดินเล่นในเมืองชมตึกเก่าก็ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายทริปวันหยุดของคุณได้สวย ๆ และเพลิดเพลินไม่น้อย ถึงแม้ว่าอากาศบ้านเราจะเลยคำว่าอบอุ่นไปสักหน่อย แต่การเดินเล่นในเมืองคุณสามารถแวะพักกินนั่นกินนี่ หรือดื่มชา กาแฟ พักผ่อนได้ตลอดเวลาสำหรับในเมืองที่มีของกินมากมายแบบนี้


ที่ช่วยทำให้อาคารมีเสน่ห์ ร้านติ่มซำพงษ์โอชา สาขา 1

พวกเราใช้เวลาช่วงบ่ายเดินทอดน่องถือกล้องท่องย่านเก่าเมืองตรังไปตามถนน ซ่อกแซ่กเข้าซอยแบบไร้ทิศไร้ทาง เรียกว่าหันหน้าไปเห็นซอยไหนดูน่าสนใจก็พากันเดินลุยเข้าไปเลย ความสนุกของการด้นสดคือคุณจะเจอสิ่งประหลาดใจอยู่เรื่อย ๆ ตามรายทาง บางทีอาจจะเจอเข้ากับร้านลับที่ไม่ได้อยู่ในรีวิว หรือแม้กระทั่งมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใครให้กดชัตเตอร์เอาไปอวดเพื่อน



เรายังคงพบเห็นตึกเก่ากระจายอยู่ตามย่านสำคัญต่าง ๆ ของเมือง อย่างเช่น ตลาดสด สถานีรถไฟ หอนาฬิกา ถนนกันตัง และอีกหลายจุด โดยจุดเด่นของอาคารเหล่านี้มักจะมีสีสันสะดุดตา และมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ดูผสมผสานกลิ่นอายตะวันออกและตะวันตกไว้อย่างลงตัว
เราสามารถพบเห็นอาคารต่างยุคต่างสมัยอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนตึกสไตล์ชิโน – ยูโรเปียนถูกสลับกด้วยตึกแถวยุคโมเดิร์น และเรือนแถวไม้ บางตึกแทบไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงอะไรเลยแม้กระทั่งสีทาภายนอก บางตึกถูกรีโนเวทใหม่ในบางส่วนกลายเป็นส่วนผสมที่แปลกตาระหว่างยุคสมัยทั้งแบบที่ดูเข้ากัน และดูไม่เข้ากันเลยก็มี แต่กลับมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง และป้าร้านค้าเก่าก็ยิ่งส่งให้ในแต่ละอาคารดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก
สไตล์ชิโน – ยูโรเปียนคืออะไร
สไตล์ชิโน – ยูโรเปียน คือส่วนผสมของวัฒนธรรมในงานออกแบบสถาปัตยกรรมระหว่าง ยุโรป จีน และมาลายู ส่วนสถาปัตยกรร ลักษณะนี้ในบ้านเราจะมีให้เห็นอยู่แทบจังหวัด ภูเก็ต ระนอง สงขลา กระบี่ พังงา และตรัง เพราะเกี่ยวเนื่องกับการที่เมืองมีการติดต่อค้าขายระหว่างนานาชาติในอดีต ส่วนใหญ่แล้วเราจะคุ้นชินกับคำว่า สไตล์ชิโน – โปรตุกีส(โปรตุเกส) กันมากกว่า แต่ในปัจจุบันเราจะเราเรียกกันว่า “ชิโน – ยูโรเปียน” เพราะอาคารเหล่านั้นไม่ได้เพียงรับอิทธิพลมาจากโปรตุเกสเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอื่น ๆ ในแถบยุโรปด้วยเช่นกัน คำว่า “ชิโน – ยูโรเปียน” จึงมีความหมายที่กว้างกว่า และไม่ได้เฉพาะเจาะจงจากประเทศแถบยุโรปประเทศใดประเทศหนึ่ง









อีกองค์ประกอบที่ยิ่งทำให้เมืองดูมีเสน่ห์มากขึ้นก็คือบรรยากาศของเมืองที่ยังคงความวิถีดั่งเดิมอยู่ เรายังเห็นรถตุ๊ก ๆ หัวกบ พาหนะโดยสารคู่บ้านคู่เมืองวิ่งไปวิ่งมา รวมถึงวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนเหล่านั้น ลองจินตนาการถึงทิวแถวของอาคารเก่าเรียงรายที่ถูกรักษาสภาพ และบูรณะให้สมบูรณ์ผ่านกระบวนการที่สอดคล้องกับงานออกแบบภูมิทัศน์ และการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมยิ่งผนวกเข้ากับการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐด้วยแล้วกิจกรรมการเดินเล่นชมเมืองอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษกิจในพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนได้





ที่สร้างสรรค์ระหว่างสตรีทอาร์ตกับวัตถุจริง
จะมีอีกสักกี่เมืองที่ยังคงมีอาคารบ้านเรือนที่มีควาเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์มากมายอยู่แบบนี้ นี่คืออีกจุดเด่นหนึ่งของเมืองตรังที่แตกต่างจากเมืองอื่น หากทุกภาคส่วนช่วยกันคนละไม้คนละมือผลักดันเพื่อพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวด้วยแล้วล่ะก็ ดีไม่ดีเมืองนี้อาจป๊อปปูล่าแบบที่คาดไม่ถึงก็ได้…
ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจังหวัดตรังได้ที่นี่
AUTHOR : บาส – บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER : ออโต้ – ณัฐวรรธน์ ไทยเสน

