Type and press Enter.

แพรว-ญาณินท์ ตั้งคารวคุณ Home for Hornbills

นกเงือก

เยาวชนไทยวัย 17 ปีกับความตั้งใจในการอนุรักษ์ นกเงือก ด้วยการมอบบ้านที่ปลอดภัยให้กับนกเงือก ทดแทนโพรงไม้ตามธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย และเมื่อไร้บ้านที่ปลอดภัย การขยายพันธุ์ของนกเงือกก็ลดลงตามไปด้วย

BAANLAESUAN EXPLORERS มีโอกาสได้มาฟังเรื่องราวจาก พราว-ญาณินท์ ตั้งคารวคุณ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าโครงการ Home for Hornbills ในช่วงเวลาที่เธอกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยระหว่างปิดเทอมพอดี เป็นโอกาสในการค้นหาวิธีคิดและเรื่องราวความเป็นของความตั้งใจ ในการสร้างโพรงรังเทียมจากการอัพไซเคิลขยะขวดพลาสติก เพื่อเป็นบ้านให้ นกเงือก ใช้ทำรังอย่างปลอดภัย พร้อมขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ป่าไม้ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นกเงือก

เสียงกระพือปีกที่เขาใหญ่

ช่วงเวลาสำคัญของพราวเกิดขึ้นตอนเรียนอยู่ Grade 4 ระหว่างทัศนศึกษาธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พราวย้อนประสบการณ์ตอนนั้นระหว่างเธอกับ ‘นกกก’ ให้เราฟัง ที่แม้จะผ่านมาหลายปีแต่เธอยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเริ่มทำความรู้จักนกชนิดนี้อย่างลึกซึ้ง ก่อนจะพัฒนาเป็นความตั้งใจในการแก้ปัญหาเรื่องโพรงรังอย่างจริงจัง

“ตอนนั้นยืนอยู่กับเพื่อนๆ แล้วได้เห็น ‘นกกก’ (Great Hornbill) ตัวใหญ่มากบินอยู่สูง ๆ เหนือยอดไม้ สิ่งที่อะเมซิ่งมากคือเสียงกระพือปีกของมันดังมาก อาจเพราะเป็นนกตัวใหญ่ด้วย แล้วเราก็ได้เห็นมันบินไปป้อนอาหารให้แม่นกกับลูกนกในโพรงธรรมชาติ มันเป็นภาพที่ประทับใจมากๆ จนทำให้เริ่มศึกษาเรื่องนกเงือกมาตั้งแต่ตอนนั้น” พราวเล่าถึงความรู้สึกตอนนั้น

โชคดีที่ความหลงใหลในธรรมชาติของพราวไม่ได้เกิดขึ้นชั่วครู่ชั่วคราว แต่เป็นสิ่งถาวรที่ปลูกฝังอยู่ในตัวมาตั้งแต่ตอนนั้น เวลาต่อมาเมื่อเธอยิ่งศึกษาลึกลงไป พราวก็พบข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่า ประชากรนกเงือกในธรรมชาติกำลังลดจำนวนลงเรื่อย ๆ สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมเฉพาะตัวที่นกเงือกไม่สามารถเจาะหรือสร้างโพรงรังเองได้ พวกมันต้องรอใช้โพรงธรรมชาติบนต้นไม้ใหญ่ที่อาจเกิดจากสัตว์นักขุดขยายโพรงอื่น ๆ ที่เจาะ ใช้งาน และละทิ้งโพรงนั้นไป

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้บ้านที่ปลอดภัยของพวกเขานั้นหายากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดไม้ทำลายป่าที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่ลดน้อยลงไปอีก จนทำให้โพรงรังธรรมชาติขาดแคลนและกลายเป็นส่วนสำคัญที่จุดประกายให้พราวหันมาโฟกัสเรื่องนกเงือกอย่างจริงจัง

บ้านของนักปลูกป่า

“หนูเริ่มเรียนรู้ว่า นกเงือกมันไม่เหมือนนกอื่น คือมันไม่สามารถสร้างรังเองได้ มันต้องอยู่ในโพรงธรรมชาติ พอมนุษย์มาตัดไม้ทำลายป่า โพรงพวกนี้มันยิ่งน้อยลง บวกกับมีคนล่าสัตว์ ก็ยิ่งทำให้ประชากรนกเงือกน้อยลงไปอีก นั่นคือแรงผลักดันที่ทำให้หนูลุกขึ้นมาทำโพรงเทียม” พราวเล่าต่อ

นกเงือก

การค้นคว้าทำให้เธอพบความจริงที่น่าสนใจมากมาย และส่วนหนึ่งคือ เรื่องราวการเป็นนักปลูกป่าของนกเงือก เธอเล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่า นกเงือกจะกินผลไม้และคายหรือถ่ายเมล็ดพันธุ์พืชออกมาได้เป็นจำนวนมาก งานวิจัยจากหลายแหล่ง พบว่าตลอดช่วงชีวิตของนกเงือกหนึ่งตัว (ซึ่งอาจมีอายุยาวนาน 30 – 50 ปี) สามารถช่วยกระจายเมล็ดพืช กล่าวคือ ช่วยปลูกต้นไม้ได้มากถึง 500,000 ต้น หรือราว 100 ต้นต่อสัปดาห์ ซึ่งตามพฤติกรรมแล้วนกเงือกจะไม่หากินไกลจากรังมากนัก โดยมีงานวิจัยจากการติดตามพฤติกรรมนกเงือกด้วยระบบดาวเทียม พบว่า นกเงือกกรามช้าง (Wreathed Hornbill) สามารถพกพาเมล็ดพืชในกระเพาะ แล้วบินไปขับถ่ายหรือคายทิ้งไว้ไกลจากต้นแม่เฉลี่ย 1.35 กิโลเมตร และไปได้ไกลสูงสุดถึง 11–13 กิโลเมตร ในขณะที่ นกกก (Great Hornbill) ในช่วงนอกฤดูทำรัง สามารถพาเมล็ดพืชไปทิ้งไว้ห่างจากต้นแม่ได้ไกลถึง 13 กิโลเมตร และเมล็ดพืชที่ผ่านระบบย่อยอาหารของนกเงือกหรือแม้แต่นกอื่น ๆ จะมีอัตราการงอกสูงกว่าเมล็ดที่ตกจากต้นลงดินแบบปกติ ทำให้การสร้างบ้านให้นกเงือก จึงไม่ต่างจากการปลูกป่าทางอ้อม

ข้อจำกัดมากมาย ก่อนจะไปถึงโพรงรังเทียม

นกเงือกไม่ต่างจากคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการผสมพันธุ์และอนุบาลลูกน้อยที่เกิดมา บ้านที่ปลอดภัยมีความสำคัญมากต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของนกเงือก แต่ก่อนจะมาเป็นโพรงรังเทียมที่พร้อมใช้ น้องพราวได้ผ่านการค้นคว้าลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง เธอลงพื้นที่เขาใหญ่อีกครั้งร่วมกับนักวิจัยนกเงือก เพื่อศึกษาความพยายามในการอนุรักษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 

เธอพบว่าการซ่อมแซมโพรงธรรมชาติเดิมจำเป็นต้องใช้คนปีนต้นไม้ขึ้นไปทำงานซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก และโพรงเทียมที่มีการสร้างใช้มาก่อนนั้นมีข้อจำกัดอยู่พอสมควร โพรงไม้ธรรมชาติผุพังเร็วมีอายุใช้งานเพียง 3–4 ปี ขณะเดียวกันการตัดไม้มาทำโพรงทดแทน ก็จะเป็นการสร้างผลกระทบต่อผืนป่าด้วยเช่นกัน

การทดลองใช้วัสดุเหลือใช้อย่างถังไวน์หรือรังไม้ ก็มีปัญหาเรื่องสัดส่วนภายในที่ไม่เหมาะสม นกเงือกไม่สามารถขยับตัว ผลัดขน หรือฝึกบินได้สะดวกวัสดุอย่าง ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) แม้จะทนทานนานกว่า 10 ปี แต่เมื่อเสื่อมสภาพ เส้นใยไฟเบอร์กลาสมีโอกาสหลุดลอกและก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อนกและลูกนกได้

พราวได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายท่าน หนึ่งในนั้นคือครอบครัว เธอได้พื้นฐานความรู้เรื่องวัสดุเรซินจากธุรกิจของครอบครัว ขณะเรียนอยู่ Grade 9 เธอเริ่มสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งเกี่ยวกับเรื่อง Composite Material เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าจะทำให้โพรงรังมีความแข็งแรง ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม

พราวรวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้ เข้าแล็บทดสอบเส้นใยธรรมชาติหลายชนิด เช่น สับปะรด กล้วย ป่านศรนารายณ์ ผักตบชวา ขุยมะพร้าว และอื่น ๆ ด้วยกระบวนการทดสอบการซึมซับและขึ้นรูป การรับน้ำหนักตัวนกเงือก การรับแรงกระแทกเวลานกปิดปากโพรง จนพบว่าเส้นใยกระสอบป่าน ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีที่สุด และหากนำมาใช้ขึ้นรูปร่วมกับเรซินน่าจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

นวัตกรรมโพรงรังเทียมที่ช่วยลดภาระให้โลก

ฟังมาถึงตรงนี้ เราคิดว่าบ้านใหม่ของนกเงือกคงใกล้จะมาถึงแล้ว แต่คำถามใหม่ก็เกิดขึ้นหลังจากโพรงเทียม Prototype แรกผ่านการทดสอบ เพราะแม้เส้นใยกระสอบป่านจะทำงานร่วมกับเรซินได้ดีก็ตาม แต่พราวยังคิดถึงโพรงเทียมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เธอจึงปรึกษากับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการพัฒนาโพรงเทียมจากขยะขวดพลาสติก PET โดยผ่านกระบวนการ Chemical Upcycling ให้เป็นโครงสร้างที่ทนทานต่ออุณหภูมิ แดด ฝน และ UV ในป่าเมืองไทย โดยไม่เสียรูปทรงหรือเสื่อมสภาพง่าย

นกเงือก

กระทั่งบ้านของนกเงือกหลังแรกพร้อมใช้ พราวเล่าต่อว่า โพรงรังเทียม 1 หลัง ใช้ขวดพลาสติก PET อัพไซเคิลมากกว่า 400 ขวดมาแทนที่วัสดุอย่างเรซิน และเมื่อผสมผสานกับเส้นใยกระสอบป่านแล้ว จะมีน้ำหนักอยู่ราว 30 กิโลกรัม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี โดยออกแบบตามเกณฑ์ทางเทคนิคของมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น สัดส่วนความกว้างปากโพรง ตำแหน่งติดตั้งขอนไม้สำหรับให้พ่อนกเกาะเวลาบินมาป้อนอาหาร

นกเงือก เลือกบ้าน และวันที่ข่าวดีส่งมาถึง

เมื่อโพรงรังเทียมเสร็จพร้อมใช้ การทดสอบว่าการใช้งานจริงในธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับความพยายามนี้ เพราะนกเงือกเป็นสัตว์ที่ช่างเลือกโพรงรังมาก และไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่ารังที่สร้างมาตามเกณฑ์แล้ว นกจะยอมเข้ามาอยู่จริงๆ ทุกอย่างคือการทดลองในธรรมชาติทั้งหมด

พราวและทีมงานเลือกเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ทดลองติดตั้งโพรงรังเทียมชุดแรกจำนวน 20 รังเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีรายงานพบเห็นนกแก๊ก (นกที่อยู่ในสายพันธุ์เดียวกับนกเงือก) อาศัยอยู่จริง ประกอบกับเป็นชุมชนท้องถิ่นที่รักและหวงแหนนกประจำถิ่นชนิดนี้ที่พร้อมช่วยเหลือ

“วินาทีที่เห็นพ่อนกเงือกบินเข้ามาป้อนอาหารแม่นกในโพรงรังเทียมครั้งแรก หนูแทบหยุดหายใจเลยค่ะ มันไม่ใช่แค่ความดีใจ แต่มันคือความโล่งใจที่บอกไม่ถูก เพราะนกเงือกเขาขึ้นชื่อเรื่องการเลือกบ้านมาก เราทำงานกับธรรมชาติ เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะยอมรับบ้านของเราไหม… แต่พอเห็นเขาเลือกบ้านหลังที่เราตั้งใจทำให้ มันเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราพยายามทำมาตลอด มันได้ผลจริง” พราวเล่าความรู้สึกหลังจากที่เครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่ส่งคลิปวิดีโอที่นกเข้ามาใช้โพรงเทียมเป็นครั้งแรกมาให้

นกเงือก
นกเงือก
นกเงือก

จากปี 2025 ครั้งแรกที่เริ่มติดตั้งโพรงรังเทียมในธรรมชาติ มีนกเงือกเข้ามาใช้รัง 10 รังให้กำเนิดลูกนกฟักออกจากโพรงสำเร็จ 14 ตัว ปีต่อมาเมื่อนกเริ่มคุ้นเคยกับโพรงรังเทียม ตัวเลขการเข้าใช้โพรงเพิ่มขึ้นเป็น 14 รังและให้กำเนิดลูกนกสำเร็จถึง 21 ตัว และผลลัพธ์ที่น่าสนใจที่สุดคือ อัตราการรอดชีวิตของลูกนกในโพรงรังเทียม 100%

แง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจในการทำงานของพราว เราพบว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้คงไม่สำเร็จได้เพียงลำพัง การผสานความร่วมมือกับหลายฝ่ายคือความท้าทายที่พราวก้าวข้ามได้สำเร็จ จนเรื่องราวชุ่มชื่นหัวใจนี้เกิดขึ้นได้จริงเด็กอายุ 17 ปี คนนี้ทำอย่างไร ที่ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนหันมาฟังสิ่งที่เธอพูด พราวเล่าว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจและทำให้ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนสนใจ เมตตา และคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำคือ การเตรียมความพร้อมของข้อมูล ความอ่อนน้อม ความกระตือรือล้นในการรียนรู้ และความมุ่งมั่นตั้งใจจริง

เกาะยาวน้อย สู่ฮาลา-บาลา  

จากความสำเร็จที่ผ่านมา พราวมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นวันนี้ Home of Hornbills ตั้งใจจะขยายการติดตั้งโพรงรังเทียมไปทั่วประเทศ โดยขณะนี้เริ่มขยายผลไปยังพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และศูนย์รักษาป่าต่างๆ รวมถึงการเปิดระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Crowdfunding อย่าง Taejai (เทใจ) เพื่อพัฒนาโพรงรังเทียมที่รองรับได้ทั้งนกเงือกขนาดใหญ่ อย่าง นกกก และ นกชนหิน ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ขณะเดียวกัน หัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนคือการสร้าง Next Generation อีกภารกิจหนึ่งของโครงการฯ คือได้มีการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ให้ความรู้เยาวชนในโรงเรียนท้องถิ่นผ่านงานศิลปะและวัฒนธรรม เช่น การชวนเด็ก ๆ ทำกิจกรรมสังเกตธรรมชาติ แต่งนิทาน และทำสมุดบันทึกเรื่องราวนกเงือกด้วยตัวเอง ปลูกต้นไม้ที่เป็นพืชอาหารของนกเงือก ทั้งต้นหมากและพืชตระกูลไทร ตลอดจนการชักชวนผู้ใหญ่ในชุมชนมาร่วมสอนเด็ก ๆ ระบายสีผ้าบาติกลายนกเงือก เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับงานอนุรักษ์

เพื่อต่อจิ๊กซอว์ภาพฝันในอนาคต ที่อยากเห็นผู้คนเข้าใจความสำคัญของนกเงือก ไม่ใช่แค่อยู่ในวงการอนุรักษ์ แต่คนเมืองเองก็สามารถเข้าถึงเรื่องนี้ได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รุ่นใหม่รู้สึกว่า การลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโลก ไม่จำเป็นต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่ แต่ทุกคนสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ เหมือนอย่างที่พราวทำ

EXPLORER: พราว-ญาณินท์ ตั้งคารวคุณ
AUTHOR: เอ็กซ์-พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร
PHOTOGRAPHER: อู๊ด-อภิรักษ์ สุขสัย, Home for Hornbills

ติดตามภารกิจการสร้างบ้านให้นกเงือกได้ที่: https://www.homesforhornbills.org/
และติดตามเรื่องราวจากบุคคลที่น่าสนใจอีกมากมายได้ที่: https://explorersclub.baanlaesuan.com/category/meet