Type and press Enter.

มาเก๊า มาชิล

หากไม่ได้เดินทางมาเห็นกับตาตัวเองก็ไม่รู้เลยว่า โคโลอาน (Coloane) มาเก๊า เป็นเหมือนเมืองที่พักใจ สำหรับผู้คนให้ได้พักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีต้นไม้ใหญ่ ไร้ตึกสูง อากาศดี และยังอุดมไปด้วยแหล่งพื้นที่สีเขียวมากที่สุดของมาเก๊าด้วย

นอกจากความอลังการตระการตาของแหล่งบันเทิงระดับโลกแล้ว ในทางตอนใต้ปลายสุดของ มาเก๊า ยังมีเมืองที่สงบเงียบเรียบง่าย ให้ความรู้สึกต่างไปจากย่าน Old Town, Cotai และ Taipa ที่ “โคโลอาน (Coloane)” คือแหล่งพักผ่อนในบรรยากาศแสนสบายสำหรับคนที่อยากหลบหลีกความวุ่นวาย มาผ่อนคลายในเมืองสุดสงบกับวิวของทะเลจีนใต้กว้างใหญ่สุดสายตา

มาเก๊า
บรรยากาศสะอาดตาที่หาดหากฮักซา

เราเริ่มต้นสำรวจเมืองนี้กันที่บริเวณวงเวียน “Ramalho Eanes Garden” ที่เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อของการเดินทางจากโซนอื่นมาที่เมืองนี้ผ่านระบบขนส่งสาธารณะ แถวนี้ยังเป็นที่ตั้งของร้าน “Lord Stow’s Bakery” ทาร์ตไข่ต้นตำหรับเจ้าดังของมาเก๊า ไม่ว่าคุณจะอิ่มจนท้องตึงมาแล้วจากไหนมาก็ตามอย่าได้พลาดที่จะลิ้มลองความอร่อยของมันในแบบสดใหม่จากเตา นี่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่คุณสามารถกินมันได้อย่างเอร็ดอร่อย เผลอ ๆ ชิ้นเดียวไม่พอ

มุมนี้คือเครื่องยืนยันว่าคุณเดินทางมาถึงโคโลอานแล้ว
ชิ้นเดียวอาจไม่พอซื้อไปเถอะคนละ 2 – 3 ชิ้น

เราแปลกใจเล็กน้อยกับบรรยากาศกลางวันแสก ๆ แดดเปรี้ยง แต่แถวนี้ก็ดูร่มครึ้มไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนอบอ้าวแผดเผาสักเท่าไหร่ นอกจากฤดูกาลเป็นใจ อาจเป็นเพราะแถวนี้ไม่มีตึกสูง และอยู่ใกล้ทะเลโล่ง ๆ อากาศเลยพัดผ่านได้ดี

 แต่ความลับอีกอย่างที่เราพบเจอก็คือ ริมถนนทุกจุดอุดมไปด้วยต้นไทรใหญ่ที่นอกจากสร้างความร่มรื่นให้กับพื้นที่ได้อย่างดีแล้ว ผลของมันยังเป็นเหมือนร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อิ่มไม่อั้นให้กับบรรดานก และสัตว์เล็ก ๆ ในธรรมชาติ เราจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงเห็น “นกปรอดหัวโขน” ส่งเสียงหวาน ๆ ดังระงม บินกันให้ว่อนไปทั่ว ทำให้คิดว่านี่ถ้าหากเป็นบ้านเราสงสัยคงอยู่ในกรงไปหมดแล้ว

มาเก๊า
ไม้ใหญ่ที่อยู่คู่กับเมืองได้ นี่คือความร่มรื่นที่มีให้เห็นได้ทั่วไปในมาเก๊า

จากการตัดแต่งอย่างถูกวิธีทำให้ต้นไม้ใหญ่แผ่เรือนยอดให้ผู้คนได้ใช้ประโยชน์จากความร่มรื่น นก และสัตว์เล็ก ๆ ได้ที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันก็ทำให้เมืองดูมีเสน่ห์ และมีทัศนียภาพที่สวยงามไปด้วย เราแทบไม่เห็นต้นริมทางต้นไหนหัวกุดผิดรูปเลย มันเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญ และเรื่องการจัดการต้นไม้ใหญ่กับพื้นที่สาธารณะ และผู้คน ก็ต้องยอมเขาว่าทำได้ออกมาดีมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะที่โคโลอานเท่านั้น แต่มันหมายถึงทั้งเมืองมาเก๊าเลย

นกปรอดหัวโขนที่บินกันว่อนไปทั่วบริเวณ
ไม้ใหญ่ที่อยู่ริมถนน แล้วอาคารที่มีการจัดการที่ดี

COLOANE VILLAGE หมู่บ้านเล็กริมทะเล

จากวงเวียน Ramalho Eanes Garden คุณสามารถเดินเล่นไปตามถนนริมทะเลที่คนแถวนี้จะเรียกว่า “ถนนแห่งการเดินเรือ” บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน ที่เรียกว่า “โคโลอาน วิลเลจ (Coloane Village)” ชุมชนเล็ก ๆ น่ารักริมทะเล แถวนี้จะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่สองสามแห่ง คือโบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ กับอนุสาวรีย์ปราบโจรสลัด และใกล้ ๆ กันจะเป็นห้องสมุดอาคารสไตล์ยุโรปสวยงาม

ริมถนนแห่งการเดินเรือ ที่ Coloane Village
บ้านน่ารักสีสวย ให้ความรู้สึกเอเซียผสมเมดิเตอร์เรเนียนนิด ๆ
แต่งตัวเข้ากับกำแพง หรือกำแพงเข้ากับชุด
มาเก๊า
สามารถพบเห็นสตรีทอาร์ตได้ทั่วบริเวณ

จากถนนริมทะเลนี้หากมองออกไปยังฝั่งตรงข้ามจะสามารถมองเห็นจีนแผ่นดินใหญ่ได้เลย โดยแถวนี้จะมีท่าเรือสำหรับข้ามฝั่งด้วย แต่เฉพาะคนพื้นที่เท่านั้นที่สามารถใช้บริการได้ นักท่องเที่ยวอย่างเราอย่าไปทะเล่อทะล่าเผลอเดินไปข้ามเข้าล่ะ  บ้านแถวนี้จะมีสีสันสดใส โทนพาสเทลหน่อย ๆ ให้อารมณ์ความเป็นเอเชียผสมกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนนิด ๆ บ้านหลังขนาดกะทัดรัดบางหลังเป็นร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีบรรยายกาศเป็นกันเอง เราอยากแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะได้ลองมาอุดหนุนร้านค้าแถวนั้น บางร้านที่เราเดินเข้าไปมั่ว ๆ ก็กลายเป็นเจอของดีแบบบังเอิญ อย่างร้านไอศกรีมโฮมเมด “TINGHAI COLOANE CREAM” ที่พวกเราก็สุ่มเดินเข้าไป เห็นทางเข้าดูธรรมดา ๆ ก็ไม่คิดว่า จะเป็นร้านสุดป๊อปของย่านนี้ เลยซัดไปคนเดียวสองโคนใหญ่เพราะไหน ๆ ก็มาแล้ว เลิศทั้งรสช็อกโกแลต และรสนม

หน้าร้านไอศกรีมที่เราสุ่มเดินเข้าไปแล้วมารู้ทีหลังว่าป๊อปมาก
ไอศกรีมช็อกโกแลตรสละมุน
กาแฟซิกเนเจอร์ของร้าน 3345 Coffee & Vinyl ร้านกาแฟที่ชั้นสองเป็นร้านขายแผ่นเสียงลับ ๆ
กำแพงแผ่นเสียงเจ้าเหมียว
บรรยากาศแถว ๆ Coloane Village ให้ความรู้สึกน่ารักอบอุ่น
จะสามารถพบเห็นพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นจัตุรัสอยู่เสมอ ๆ ในย่านชุมชน
ตรอกเล็ก ๆ หน้าบ้านแต่ละหลังสวยสะอาดตา ขยะแทบไม่มีให้เห็น

คุณสามารถใช้เวลาเดินสำรวจที่นี่ได้พักใหญ่ ตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ มีสตรีทอาร์ต และมุมสวย ๆ หลายมุม เดินไปเดินมาก็จะวนมาที่เดิมอยู่ดีไม่ต้องกลัวจะหลงทาง เพราะแถวนี้ซอยจะทะลุถึงกันได้หมด หรือจะต่างคนต่างเดิน แล้วมานั่งร่ม ๆ นัดเจอกันตรงโบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ ก็ได้ง่ายดี

มาเก๊า
โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์จุดนัดพบที่มีร้านอาหารแมคกานีสอยู่ข้าง ๆ

HAC SA BEACH หาดทรายดำแห่งทะเลจีนใต้

เดินสำรวจหมู่บ้านกันไปแล้ว สถานที่ต่อไปที่พวกเราอยากแนะนำก็คือ “ชายหาดฮักซา (Hac Sa Beach)” ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งของ โคโลอานวิลเลจ ต้องนั่งรถต่อไปอีกนิด ชายหาดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยหาดทรายสีดำโค้งเป็นอ่าวใหญ่ทอดยาวไกลลิบ ถ้าคุณคิดจะเล่นน้ำก็สามารถทำได้เต็มที่ เขามีห้องอาบน้ำสาธารณะสะอาดสะอ้านอย่างดีไว้บริการ ไหน ๆ ก็มาแล้วการได้ถอดรองเท้าลองไปสัมผัสทะเลจีนใต้สักหน่อยก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่เลว หากถามว่าสวยงามขนาดไหน ก็ต้องบอกว่า “มีความสวยงามเฉพาะตัวในแบบของมัน” น้ำทะเลถึงจะไม่ได้ใสมากเหมือนตามหมู่เกาะบ้านเราแต่ ก็สะอาดไร้ขยะลอยเกลื่อนกราดขึ้นมากองถมตรงหาดทรายให้หมดอารมณ์สุนทรีย์ พอมันสะอาดไปหมดทุกอย่างก็เลยทำให้พื้นที่สวยงามไปโดยปริยาย เราจะเห็นผู้คนประปรายเดินเล่นเก๋ ๆ อยู่บนหาดอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเศษแก้วมาตำเท้ามั้ย หรือไปเดินสะดุดกับซากอวนทะเลให้หัวคะมำหมดมู้ด

หาดทรายสีดำทอดยาวสะอาดไร้ขยะ
สีดำนั้นคือทรายไม่ใช่โคลน และน้ำทะเลสะอาดมาก
ทรายสีดำตัดกับฟองคลื่นสีขาว

ความน่าอิจฉาของคนแถวนี้ยังไม่หมด เพราะนอกจากบริเวณนี้ยังเป็นชายหาดแล้ว เขายังมีสวนสาธารณะที่มีพื้นที่กางเต็นท์ และเตาปิ้งบาร์บีคิวไว้บริการ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองใช้งานจุดกางเต็นท์นั้นได้อย่างเต็มที่ มีเรือนพยาบาล ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น และชายหาดสะอาด ๆ ไว้ให้พักผ่อน คนที่เมืองนี้เขามีพื้นที่สาธารณะให้แคมป์ริมทะเลได้ด้วย แบบสะดวกเมื่อไหร่ก็แวะมาน่าอิจฉาไหมล่ะ

มาเก๊า
สนามเด็กเล่นริมทะเล ในสวนสาธารณะที่มีพื้นที่ให้หางเต็นท์พักแรมได้เต็มที่

HAC SA LONG CHAO KOK COASTAL TRAIL เดินกินลมชมหน้าผาบนเส้นทางหางมังกร

ต่อจากหาดฮักซาคุณสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้เลยแบบไม่ไกลนัก  “Hac Sa Long Chao Kok Coastal Trail” เส้นทางเดินเลียบทะเลลัดเลาะไปกับผาหินสีน้ำตาลแดงสวยงามแปลกตา มันเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินแล้วชมวิวไปเรื่อย ๆ เราจะเห็นผู้สูงอายุมาเดินเล่นกันเป็นกลุ่มอยู่ตลอดเส้นทาง

ที่นี่คือจุดชมวิวที่คุณสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางด้านซ้าย และตกในทางด้านขวาได้ในบริเวณเดียวกันนี้ นี่คือวิวทะเลแบบพาโนรามาที่แท้จริง ถ้ามีเวลาสักสองชั่วโมงก็ลองเดินเล่นไป – กลับดูได้ แต่ถ้าต้องไปที่อื่นต่อก็เดินไปแค่ศาลากลางทะเลก็พอกรุ่บกริ่บกำลังดี ทางเดินที่ปูด้วยหินเรียบ ๆ อย่างดีทำให้เดินง่าย ปลอดภัย และมั่นคง หากนับจากจุดเริ่มต้นจนถึงปลายทางระยะทางก็อยู่ที่ประมาณเกือบสองกิโลเมตร

มาเก๊า
เส้นทางแห่งหางมังกร ที่น่าใช้เวลาเดินเล่นสัก 2-3 ชั่วโมง
ศาลากลางทะเลจีนใต้
ผาหินสีน้ำตาลแดง สวนแปลกตาน่าถ่ายรูป

คนพื้นที่บอกกับพวกเราว่าบริเวณนี้คือหางมังกร ส่วนหัวมังกรนั้นอยู่แถวหาดฮักซาที่เราแวะกันก่อนหน้านี้ ลมแถวนี้ค่อนข้างแรงอาจทำผมที่อุตส่าตื่นมาเซ็ทไว้ตั้งแต่เช้าจะมาเสียทรงเอาได้ที่นี่ แต่ขณะเดียวกันคุณเองก็จะมีภาพถ่ายผมปลิวสวย ๆ ท่ามกลางฉากหลังเป็นผาหินสีสวย ถ้าหากไม่ติดว่าต้องไปที่อื่นต่อพวกเราก็คิดว่าจะเดินไปให้มันสุดทางกันเลย

มาเก๊า
ทางเดินคดเคี้ยวเลียบผาหิน

CHEOC VAN BEACH หาดเล็กที่สงบเงียบเรียบเท่

ถ้าคุณต้องการความสงบจริง ๆ แต่ยังได้ความเป็นชายหาดอยู่ เราแนะนำให้คุณมาที่นี่ “Cheoc Van Beach” ชายหาดเล็ก ๆ ที่มีความยาวประมาณ  300 เมตร เป็นศูนย์รวมของคนรักกิจกรรมทางน้ำ เช่น แล่นเรือใบ พายคายัค หรือว่าวินด์เซิร์ฟ มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ให้บริการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หาดทรายที่ Cheoc Van Beach ถึงจะอยู่ใกล้กันกับหาดฮักซา แต่อารมณ์ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง บริเวณนี้จะมีหาดทรายสีขาวต่างจากฮักซาที่เป็นทรายสีดำ และเนื่องจากมีสถานที่ราชการตั้งอยู่จึงทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ดูสงบเงียบให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่า ที่หน้าหาดจะมีอาคารสีขาวเท่ ๆ ให้คุณได้ไปทำทรงถ่ายรูปได้ นั่นคือ “Cheoc Van Cafe” ร้านขายกาแฟ และของว่าง  ถ้าคุณเป็นคนชอบความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบความวุ่นวาย ที่นี่ตอบโจทย์ มีร้าน “La Gondola” ที่ขายอาหารโปรตุเกสอยู่แถว ๆ นี้ด้วย

มาเก๊า
ถึงจะเป็นหาดเล็ก ๆ แต่ก็ดูมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
Cheoc Van Cafe คาเฟ่เท่ ๆ ที่ Cheoc Van Beach
นั่งทำงาน หรือ นั่งทำทรง

สำหรับพวกเรากลับรู้สึกชอบเมืองโคโลอาน และชายหาดของที่นี่ อาจเพราะด้วยการจัดการ และการออกแบบที่ดีมันช่วยชูให้พื้นที่มีความโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง  สภาพแวดล้อมดูเป็นธรรมชาติ มันให้ความรู้สึกพิเศษแบบเรียบง่ายเป็นกันเอง มากกว่าการพยายามปรุงแต่งประดิษฐ์ประดอยหวือหวา เติมจนเกินพอดีแล้วก็ไปจบตรงที่ความเละเทะไร้ระเบียบ

ธรรมชาติกลางเมือง

ใช่ว่าจะมีพื้นที่ธรรมชาติเพียงแค่เมืองโคโลอานเท่านั้น กระเถิบขึ้นมาในย่าน “Taipa” ก็มีสถานที่ทางธรรมชาติไว้พักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งเราเองก็คิดไม่ถึงว่าในมาเก๊าเขาจะมีพื้นธรรมชาติแบบนี้อยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องด้วยหรือ “Ecological pond of Wetland” พื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสุดท้ายของมาเก๊า ที่ถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาเชิงระบบนิเวศน์ บริเวณนี้จะเป็นที่อาศัยของนก แมลง และสัตว์ตามธรรมชาติมากมาย มีเส้นทางเดินให้ศึกษาธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ส่วนที่ตั้งนั้นก็อยู่บริเวณเดียวกันกับ “Taipa House Museum” หรือพิพิธภัณฑ์บ้าน 5 หลัง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และการเมืองของมาเก๊า ถึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มมรดกโลกแต่ก็มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสเช่นกัน เรียกว่าถ้าเดินชมพิพิธภัณฑ์เสร็จ ก็ออกมานั่งทอดอารมณ์ชมธรรมชาติกันต่อได้เลย และแน่นอนว่าทั้งสองที่นี้ เข้าฟรีไม่มีค่าบริการ

มาเก๊า
Taipa House Museum หรือ พิพิธภัณฑ์บ้าน 5 หลังจุดพักผ่อนในช่วงเวลาเย็น ๆ
มาเก๊า
“Ecological pond of Wetland” พื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสุดท้ายของมาเก๊า
มาเก๊า
สตรีทอาร์ตบริเวณ Taipa Village
บรรยากาศบริเวณ Taipa Village อุดมไปด้วยร้านรวงสีสันน่ารักสดใส

หากให้พวกเราแนะนำ เราก็อยากบอกว่าไม่ว่าคุณจะไปตะลอนที่ไหนกันมาแล้วก็ตาม ให้มาใช้เวลาช่วงเย็นสักสี่ ห้าโมงแถว ๆ นี้ เพราะนอกจากบรรยากาศสุดแสนจะดีแล้ว คุณยังอยู่ใกล้ ๆ กับแหล่งของกินที่ถือเป็นไฮไลท์ของมาเก๊าด้วย คุณ และชาวคณะสามารถเดินไปหาของอร่อย ๆ กินกันเป็นมื้อเย็นได้ที่ “Taipa Food Street” และย่าน “Taipa Village” ได้เลย

มาเก๊า
Taipa Food Street ถนนสายสั้น แต่มากมายด้วยอาหารหลากหลาย ใครอยู่ในช่วงลดน้ำหนักอย่ามา

เดินเล่นในเมืองเก่า

นอกเหนือจากการได้หย่อนใจกับพื้นที่ธรรมชาติ เราก็ยังสามารถหาความสุข และความรื่นรมย์ด้วยการเดินเล่นในเมืองได้เช่นกัน  ด้วยลักษณะของผังเมืองย่าน Old Town ที่ออกแบบมาทำให้เหมาะมากกับการ “เดินเท้าตระเวนเที่ยว” ได้ยาว ๆ เราสามารถพบกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามในระดับมรดกโลกกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งย่าน พร้อมกับได้ภาพสวย ๆ ของเมือง เหมาะมากหากคุณเป็นคนชอบถ่ายภาพ หรือเป็นคนชอบให้ถูกถ่าย “มาเก๊า” จะทำให้คุณเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินกับหลายมุมสวย โพสต์ท่าจนเหนื่อย และกดชัตเตอร์กันเมื่อยนิ้วแน่นอน รับรองว่าคุณจะได้รูปโพลไฟล์ไว้เปลี่ยนได้ทั้งปี เคลียร์เมมโมรี่ให้ว่าง วอร์มกล้ามเนื้อน่องไว้ได้เลย

ตึกเก่า ตึกใหม่อยู่ร่วมกันได้
มาเก๊า
เราใช้ Senado Square เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองเก่า
มีมุมให้ถ่ายภาพได้ตลอดเส้นทาง ระหว่างที่เดินชมเมือง
ร้านใจดีวางเก้าอี้ให้คนนั่งพัก
มาเก๊า
บริเวณ Crazy Hall Slope Alley ย่านที่อุดมไปด้วยตึกสไตล์ยุโรป
มาเก๊า
Albergue SCM สถานที่พักพิงผู้ยากไร้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

หากคุณต้องการเดินเล่นชมเมืองที่มาเก๊าไปเรื่อย ๆ เราอยากให้คุณออกจากที่พักแต่เช้า ไม่เกินแปดโมงแล้วให้มุ่งหน้าไปเริ่มต้นที่ “Senado Square” พวกเราใช้จัตุรัสนี้เป็นศูนย์กลางของการ “ตระเวน” ชมเมืองเพราะในบริเวณใกล้เคียงจะมีสถานที่สำคัญ เป็นงานสถาปัตยกรรมโบราณสวย ๆ ระดับมรดกโลกกระจายตัวกันอยู่มากมาย

มาเก๊า
ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ในช่วงเวลาก่อนที่ผู้คนจะพลุกพล่าน
มุมตึกแห่งหนึ่ง บริเวณ Crazy Hall Slope Alley

ที่เราอยากให้คุณเริ่มต้นเดินเที่ยวในช่วงเช้า ก็เพราะว่าคุณจะได้รูปถ่ายสวย ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ ในแบบที่คนยังไม่คึกคักมากนัก ส่วนใหญ่ร้านรวงของเมืองนี้จะเริ่มต้นเปิดกันที่ 10-11 โมง หลังจากเวลานั้นผู้คนจะเริ่มทางทะยอยมากัน ฉะนั้นหากคุณคิดจะหาร้านกาแฟนั่งกินในตอนเช้า อาจจะผิดหวังได้ เพราะอาจมีตัวเลือกให้คุณไม่เยอะนัก ให้จบอาหารเช้าทุกอย่างจากที่พักมาเลยจะดีที่สุด

เริ่มเที่ยวมาเก๊ายังไงดี

เนื่องจาก มาเก๊า เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายจุด บางที่นั้นอาจต้องใช้เวลาทั้งวันในการเข้าถึง การเดินทางท่องเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกก็อาจเริ่มต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไปที่ไหนก่อน เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ จากประสบการณ์ที่ได้ไปมาแล้ว นำมาประติดประต่อเผื่อเป็นตัวช่วยในการ “ออกตระเวนเที่ยวมาเก๊า” ของคุณให้ง่าย และสนุกขึ้น

เราขอยกตัวอย่างการท่องเที่ยวของพวกเราแบบใช้เวลา 3 วัน 2 คืน เป็นต้นเรื่องก็แล้วกัน หากคุณมีเวลาเหมือนพวกเราแบบนี้ ให้เริ่มด้วยการดูเที่ยวบินที่มาถึงก่อน หากเที่ยวบินคุณมาถึงในช่วงเช้าตรู่ เวลานั้นคุณคงเพลียกับการเดินทางในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา บางคนอาจจะไม่ได้นอนมาเลยทั้งคืน การเดินทางไปโรงแรมเอากระเป๋าไปฝากก่อนเป็นทางเลือกที่ดี ถึงยังจะเข้าพักไม่ได้ แต่ก็สามารถนั่ง ๆ เหยียด ๆ บิดขี้เกียจอยู่แถวล็อบบี้ได้

สำรวจแถวที่พัก

แต่ถ้าแรงเหลือก็เดินสำรวจแถว ๆ บริเวณที่พัก หาข้าวเช้า หรือหากาแฟซดสักแก้ว บางทีการได้สำรวจบริเวณที่พัก คุณอาจจะพบอะไรที่น่าประหลาดใจใหม่ ๆ ได้เจอร้านอาหารน่าสนใจสำหรับมื้อเย็น หรือไม่ก็ร้านสะดวกซื้อ ที่ไม่ไกลจากที่พัก จะได้ไม่เสียเวลาเดินหาร้านซื้อของตอนกลับมาที่พัก

จุดที่คุณพักมักจะมีร้านอาหารอยู่แถว ๆ นั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องกินที่มาเก๊า

ไปกันต่อหรือขอพักก่อน

หลังจากที่คุณเช็คอินเข้าห้องพักได้ เรามีทางเลือกให้คุณสองทางคือ ทางที่หนึ่ง เอากระเป๋าไปเก็บจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วออกลุยเที่ยวเลย กับทางเลือกที่สองคือนอนพักกับแอร์ฉ่ำ ๆ สักสอง ชั่วโมงแล้วค่อยออกไปช่วงบ่ายคล้อย ๆ สองสามโมง สำหรับพวกเราเรื่องเที่ยวเรื่องใหญ่ เราลุยต่อเลยทันทีเรียกว่า “ชีวิตมีไว้ใช้ไปกันต่อ!!!”

มาเก๊า
ความร่มรื่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วมาเก๊า ในภาพคือบริเวณ Taipa Village

ปักหมุด

ไม่ว่าคุณเลือกจะพักสักครู่หรือลุยต่อ คุณต้องวางแผนแล้วปักหมุดสถานที่ที่อยากไปเป็นอันดับแรก ดีที่สุดคือการทำการบ้านมาก่อน แล้วแบ่งหมุดที่ปักใน Google Map ให้ทุกคนในกลุ่ม จากนั้นคุณเลือกจะเดิน หรือนั่งรถก็ไปตามแผนการที่วางไว้ ก็ขยับไปกันทีละจุด

มาเก๊า
ไม่รู้จะเริ่มต้นเดินชม Old Town ที่ไหน ให้ไปเริ่มที่ Senado Square

TAIPA

“ไทปา Taipa” เป็นโซนที่ควรจะลุยในช่วงบ่าย เพราะในโซนนั้นเราสามารถเก็บสถานที่น่าสน หลายที่โดยใช้เวลาในช่วงบ่ายได้ไม่ยาก เพราะจุดที่ต้องไปน้อยกว่าย่าน Old Town ไม่ว่าคุณจะไปลุยที่ไหนก่อนก็ตาม ให้คุณมาจบที่ “Taipa House Museum” พิพิธภัณฑ์บ้าน 5 หลัง ในช่วงเย็น ๆ เป็นที่สุดท้ายเพราะบริเวณนี้บรรยากาศจะดี ร่มรื่น และมีแหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำให้คุณได้นั่งพักชมวิวได้อย่างสบายใจ ระหว่างรอไปกินมื้อเย็น และเดินเที่ยวแถว Taipa Food Street หลังจากนั้นก็ค่อยกลับที่พัก

ที่มาเก๊าจะเห็นต้นไม้ใหญ่ ถึงใหญ่มากปลูกอยู่ทั่วไปตามแนวถนน
มาเก๊า
Ecological pond of Wetland พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่บริเวณเดียวกันกับ Taipa House Museum

ชิลที่ COLOANE

เริ่มต้นเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ 7 โมง ไม่ได้จะออกไปใส่บาตรที่ไหนหรอกนะ แต่เราจะไปเมืองที่อยู่ใต้สุดของมาเก๊า “โคโลอาน Coloane” เมืองที่เงียบสงบ และมีพื้นที่สีเขียวเยอะที่สุดของมาเก๊า ให้คุณปักหมุดไปที่วงเวียน “Ramalho Eanes Garden” แวะชิมทาร์ตไข่ที่ร้าน “Lord Stow’s Bakery” แล้วเดินเล่นที่แถว ๆ “Coloane Village” จากนั้นก็หามื้อเที่ยงกินที่ “Lou Van Fai Kei Restaurant” หรือร้านอื่น ๆ แถวนั้น แล้วจะไปไหนต่อก็ลองเลือกสถานที่ที่สนใจดู เช่น “Hon Kee Cafe” และ พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือท้องถิ่น “Lai Chi Vun Shipyard”s สองที่นี้อยู่ติดกัน สถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ A-Ma Cultural Village, Cheoc Van Beach, Hac Sa Beach, Hac Sa Long Chao Kok Coastal Trail ชอบที่ไหนไปที่นั่น

ที่ Coloane Village เราสามารถเดินตามตรอกทะลุกันได้

เย็น ๆ เดินเล่น Old Town

หากพอมีเวลาเหลือจากโคโลอาน คุณก็สามารถย้ายร่างมาแถว ๆ วัดอาม่า แล้วไปต่อที่โซน Old Town ได้อีกหน่อยก่อนจะกลับที่พักก็หาอาหารเย็นแถว ๆ นั้นกินให้เรียบร้อย ใช้เวลาเดินดูเมืองช่วงหัวค่ำก็ไม่เลว

เดินเล่น Old Town ก็ชิลได้

เก็บตกก่อนกลับ

สำหรับวันสุดท้ายหากเที่ยวบินของคุณเป็นช่วง 5 โมงเย็น ก็เริ่มต้นออกกันตั้ง 7-8 โมง จบอาหารเช้าที่โรงแรมให้เรียบร้อย ก่อนออกไปก็เช็คเอ้าท์ แล้วฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้ จากนั้นมุ่งไปเก็บตกที่โซน Old Town ให้คุณปักหมุดสถานที่ที่อยากไป แล้วลุยเลยเริ่มจากใกล้ ๆ เอาที่สะดวกเดินต่อ ๆ กันได้ ข้อดีของเมืองมาเก๊าก็คือ สถานที่มันจะติด ๆ กัน สามารถไปถึงด้วยการเดินไม่ไกล บางที่อยู่ใกล้กันแค่ฝั่งตรงข้ามก็มี แต่ไม่ว่าคุณจะไปไหนก็ตาม หากคุณออกเช้าคนจะน้อย ๆ ไม่วุ่นวายมากนัก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากคุณต้องบินหนึ่งทุ่ม ก็ต้องกลับมาเอากระเป๋าที่โรงแรมอย่าเกิน 4 – 5 โมงเย็น

Cinematheque Passion มุมสวยใกล้กันกับ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รูปแบบการท่องเที่ยวของคุณก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับความต้องการได้เพียงแค่วางแผนให้ดี ปักหมุดในที่ที่อยากไป กับสถานที่ห้ามพลาดไว้ก่อน  จากนั้นค่อยปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมหน้างาน หากตารางการท่องเที่ยวของคุณแน่นเกินไปก็ให้ตัดใจไปบ้าง เราเชื่อว่าเมื่อคุณได้มาเยือนมาเก๊าในครั้งแรกแล้ว มันอาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของคุณอย่างแน่นอน และเมื่อคุณได้กลับมาที่นี่อีกค่อยไปเก็บตกในที่ที่คุณยังไม่ได้ไป ใช้เวลาอย่างมีความสุขแบบไม่เร่งรีบ เท่านี้การเดินทางของคุณก็เต็มไปด้วยเรื่องราว และความน่าประทับใจมากมายแล้ว

Lou Kau Mansion บ้านเก่าของพ่อค้าผู้ร่ำรวย อีกหนึ่งสถานที่มรดกโลก ที่เราสามารถเดินเข้าไปชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รู้จัก มาเก๊า มากกว่าเก่า

การที่ได้มาเที่ยวมาเก๊าในครั้งนี้ ทำให้ได้สัมผัสได้ว่าเมืองนี้มีอะไรที่น่าสนใจเกินกว่าที่เราคิดเอาไว้มากมาย นับเป็นการเปิดมุมมอง และประสบการณ์ใหม่ ๆ จนทำให้เราอยากรู้ว่าเพราะอะไร บ้านเมืองของเขาถึงได้สะอาด และยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สามารถอยู่ร่วมกันกับความเจริญของเมืองได้อย่างลงตัว สิ่งแวดล้อมที่คงอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนา การให้ความสำคัญกับผู้คนด้วยการอำนวยความสะดวกตามพื้นที่สาธารณะ และระบบขนส่งมวลชน พวกเราแทบไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำเลยสำหรับการมาเที่ยวที่มาเก๊า เพราะทุกพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ หรือจัตุรัสต่าง ๆ จะมีห้องน้ำสะอาด ๆ ที่ดูแลโดยเจ้าหน้าอยู่ตลอดเวลาไว้คอยบริการ รวมถึงถังขยะที่มีลวดลายพรางตาแนบเนียนกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม

มาเก๊า
บริเวณ Barra Square จุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของมาเก๊าเป็นที่ตั้งของวัดอาม่า วัดที่มีความสำคัญอย่างมากของมาเก๊า

สำหรับพวกเรานอกจากสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลท์ของเมืองแล้ว การได้เดินเล่นอย่างมั่ว ๆ ไปบ้างตามตรอกเล็กตรอกน้อยในเมือง ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่รื่นรมย์เช่นกัน คุณจะมีโอกาสได้เจอคาเฟ่เก๋ ๆ และร้านอาหารที่อยู่นอกเหนือไกด์บุ๊คมากมาย และที่เราชอบมากก็คือเราได้ภาพสวย ๆ สต๊อกไว้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในโซเชียลได้ตลอดปี

เดินตามตรอก ออกตามซอย
มาเก๊าเป็นอีกหนึ่งจุดหมาย ที่มาซ้ำได้

เมืองก็สวย ของกินก็อร่อย จนอยากชวนใครต่อใครลองมาตระเวนเที่ยวที่นี่ดูบ้าง สงสัยว่าครั้งต่อไปที่มาเมืองนี้ใช้เวลา 3 วัน 2 คืนคงไม่พอเสียแล้ว เราทุกคนคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โปรดปราน และสามารถมาซ้ำได้เรื่อย ๆ สำหรับพวกเราการที่ได้รู้จักมาเก๊าในมิติที่ลึกขึ้น ทำให้เราเก็บเมืองนี้อยู่ในลิสต์เป็นเมืองที่ต้องมาซ้ำได้อย่างไม่ต้องคิดมากเลย…

EXPLORERS: ตู่, บาส, นัท, ปิง, แพรวา, ปุ๊กกี้, นัด, ปลา
AUTHOR: บาส-บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER: แพรวา-กรานต์ชนก บุญบำรุง

ติดตามทริปมาเก๊าทั้งหมดของพวกเราได้ที่: https://explorersclub.baanlaesuan.com/?s=macao
ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวมาเก๊าเพิ่มเติมได้ที่: https://www.macaotourism.gov.mo/th/