Type and press Enter.

ดอกไม้หิมาลัย ที่ เชียงดาว

เดินป่า เที่ยวเขา ตามไปดูดอกไม้แปลกๆ จากเทือกเขาหิมาลัย แบบไม่ต้องไปไกล เพราะเจอได้ใกล้ๆ บนดอย เชียงดาว

ระหว่างบทสนทนากับ ดร.ก้อง-กิตติยุทธ ปั้นฉาย ที่ได้มาคลายข้อสงสัยเรื่องพื้นที่สงวนชีวมณฑล ที่เราเล่าเรื่องราวผ่านพื้นที่ของดอยหลวง เชียงดาว มีบางส่วนของการพูดคุยครั้งนั้น ดร.ก้อง เล่าถึง ‘ดอกไม้’ ที่เชียงดาวเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “มีอยู่หลายพันธุ์เหมือนกันกับที่หิมาลัย”

ดร.กิตติยุทธ ปั้นฉาย ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ สำนักวิจัยและอนุรักษ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ หรือ ดร.ก้อง

ภูเขาหินปูนที่อากาศเหมาะสม

ตลอดระดับความสูง 2,225 เมตรของดอยหลวงเชียงดาว มีสภาพป่าที่เปลี่ยนแปลงไปหลายประเภท และหนึ่งในประเภทป่าทั้งหมดของที่นั่นคือ ‘ป่าละเมาะเขาสูง (Upper montane scrub)’ ซึ่งความน่าสนใจของป่าชนิดนี้เองที่ทำให้เราได้คุยกับ ดร.ก้อง นานขึ้นอีกพักใหญ่

“นอกจากความสูงของดอยเชียงดาวที่สูงมาก และยังมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนด้วย ดินก็จะไม่เยอะ ต้นไม้ในส่วนนี้ก็จะดูแคระแกรน มองดูเหมือนสวนหิน เราเรียกป่าประเภทนี้ว่า ป่าละเมาะเขาสูง และไม้ที่อยู่ในสภาพที่แห้งแล้ง หรือว่าสภาพดินน้อย ไม่อุดมสมบูรณ์มากนัก พืชที่พบมักจะมีความพิเศษเฉพาะตัว เป็นความพิเศษที่ทำให้เขาสามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นได้”

ต้นฟองหินเหลือง Sedum susannae Raym.-Hamet วงศ์ CRASSULACEAE

“ตัวพันธุ์ไม้ที่เชียงดาวมีหลากหลายสกุล และเราสำรวจพบว่ามีพันธุ์ไม้ที่เป็นสกุลเดียวกับที่พบทางจีนตอนใต้กับแนวเขตเทือกเขาหิมาลัย ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเป็นเขตร้อน แต่พันธุ์ไม้ที่พบที่บนดอยเชียงดาวจะค่อนไปทางเขตอบอุ่น ทำให้เราสันนิษฐานได้ว่าในอดีต สภาพอากาศหรือสภาพแวดล้อมของโลกเราน่าจะทำให้พันธุ์ไม้พวกนี้กระจายเรื่อยลงมาตามแนวเทือกหิมาลัยลงมาถึงจีนตอนใต้แล้วก็มาอยู่ตรงดอยเชียงดาว อย่างฟองหินเหลืองนี่ก็ใช่” ดร.ก้องยกตัวอย่าง

20% ของพันธุ์พืชในไทยอยู่ที่ เชียงดาว

พันธุ์ไม้ในประเทศไทยมีอยู่ราว 12,000 – 13,000 ชนิด และมากกว่า 2,000 ชนิดพบได้ที่ดอยหลวงเชียงดาว คิดเป็น 20% ของพันธุ์พืชทั้งหมดที่พบในประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ลักษณะของที่ตั้ง ดอยหลวงเชียงดาวอยู่ในแนวเขตภูมิศาสตร์พรรณพืช (Floristic Regions) ที่ทอดยาวลงมาจากทางภาคตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต (Qinghai-Tibet Plateau) และจีนตอนใต้ (ยูนนาน) และการกระจายพันธุ์ของพืชประกอบด้วยพืชเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่น โดยกระจายอยู่ตามระดับความสูงต่าง ๆ กัน การปรากฎของพืชเขตอบอุ่น (Temperate) บนยอดเขาแห่งนี้ สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพืชหลายชนิดได้กระจายพันธุ์ต่อเนื่องมาจากภูมิภาคหิมาลัยตะวันออกและจีนตอนใต้ โดย ดร.ก้อง เล่าต่อว่า

ถ้าดูแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนมาชนกันและดันขึ้นมาเป็นภูเขาหิมาลัย จะมีรูปทรงบิดโค้งมาทางจีนตอนใต้ ทางตอนเหนือของพม่า แล้วก็มาทางตอนเหนือของไทยเรา แนวเทือกเขาดังกล่าวนี้สันนิษฐานได้ว่า สังคมพืชแบบเขตอบอุ่นที่อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่หิมาลัย คงจะกระจายเรื่อย ๆ มาตามเทือกเขานี้เพราะมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม” ดร.ก้อง

ดอกสามสี Rhododendron ciliicalyx Franch. วงศ์ ERICACEAE – พืชในเขตอบอุ่นที่มีการกระจายพันธุ์มาถึงดอยเชียงดาว
เชียงดาว
เทพอัปสร Maharanga squamulifera เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาวระดับ 2,000 เมตร 

นักเดินทางมีโอกาสได้เห็นไหม?

ปลายมกราคม 2569 คือช่วงที่พวกเราไป เดินป่าเชียงดาว กันมาซึ่งหากลองเทียบกับข้อมูลของ ดร.ก้อง แล้ว ในตอนนั้นจะเป็นเวลาที่เข้าสู่ปลายหน้าแล้งของดอกไม้เชียงดาวเต็มทีแล้ว ทำให้พวกเรายังไม่มีโอกาสได้เห็นดอกไม้จากหิมาลัยด้วยตาตัวเอง จะมีก็แต่ต้นไม้ดอกมีเหลืองต้นเล็ก ๆ ที่แทรกตัวขึ้นมาข้าง ๆ โขดหินใกล้กับจุดชมพระอาทิตย์ เราจึงถือโอกาสเปิดรูปที่เราถ่ายเก็บไว้ให้ ดร.ก้อง ดู ก่อนจะได้คำตอบว่าเป็น ต้นสุวรรณนภา ที่เป็นไม้ถิ่นเดียวในไทย พบได้ที่เชียงดาวเท่านั้นอีกด้วย

 และสำหรับนักเดินทางที่ชอบดูดอกไม้และพืชที่แปลกตาอย่างที่เล่ามาตั้งแต่ต้น อาจต้องเลือกวันเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่าพวกเรา ซึ่งก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงที่เพิ่งเปิดฤดูท่องเที่ยวของเชียงดาวนั่นเองครับ

“ถ้าขึ้นมาบนเชียงดาวช่วงต้นฤดูท่องเที่ยวจะมีโอกาสเห็นครับ เพราะการจัดการการท่องเที่ยวของเชียงดาวจะเปิดให้เดินป่าประมาณเดือนพฤศจิกายนหรือช่วงหมดฝน ซึ่งถ้าใครขึ้นไปช่วงนั้นจะยังมีดอกไม้ให้เห็นหลายชนิดอยู่นะครับ อย่างเทียนนกแก้วก็น่าจะได้เห็น แต่พอเข้ามกราคมแล้วก็จะเริ่มน้อยลงมากแล้ว เรียกว่า เข้าสู่ช่วงพักตัว”

เชียงดาว
ชมพูเชียงดาว Pedicularis siamensis P.C.Tsoong วงศ์ OROBANCHACEAE – พืชถิ่นเดียวในไทย
เชียงดาว
จ๊าฮ่อมใบหยาบ Strobilanthes corrugata J.B.Imlay วงศ์ ACANTHACEAE – พืชถิ่นเดียวในไทย

“หรือสุวรรณนภาที่พวกคุณ (ทีมบ้านและสวน Explorers Club) ไปเจอมา นี่ก็น่าสนใจ เพราะอยู่ในกลุ่มพืชถิ่นเดียว (Endemic) ที่พบได้ที่เชียงดาวแห่งเดียวในไทยเท่านั้น เขาเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่สามารถปรับตัวในพื้นที่เฉพาะที่เป็นเขาหินปูนได้”

ดร.ก้อง ให้รายละเอียดเพิ่มว่า “ช่วงพักตัว” ของพืชในทางพฤกษศาสตร์นั้นเกิดขึ้นในหน้าแล้ง และแล้งที่ว่านี้หมายความถึงสภาวะที่น้ำน้อย ในช่วงนอกฤดูฝน ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือหนาว ก็เป็นเวลาที่พืชรับรู้ถึงสภาวะแล้งด้วยกันทั้งหมด 

“อย่างที่เชียงดาวก็จะเริ่มแล้งตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ฝนไม่ตก แล้วพอที่นี่เป็นเขาหินปูน จึงไม่มีปริมาณหน้าดินมากพอที่จะซับน้ําได้มากนัก พืชก็จะเริ่มพักตัว พอถึงช่วงใกล้หมดฤดูหนาวพืชบนนั้นก็จะดูแห้งไปหมด เพราะฝนทิ้งช่วงมาระยะใหญ่แล้ว และจะเป็นเช่นนี้ยาวไปจนจบฤดูร้อน ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งตอนฤดูฝน”

เชียงดาว
ต้นสุวรรณนภา Senecio craibianus Hosseus วงศ์ ASTERACEAE – พืชถิ่นเดียวในไทย ที่พวกเราโชคดีได้เจอบนยอดดอยหลวงเชียงดาว เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569

ฟังเรื่องเล่าสนุก ๆ จาก ดร.ก้อง มาสักพัก เลยพอจะสรุปได้ว่า การกระจายพันธุ์นั้นเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานนับแต่อดีต กระทั่งโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยอดดอยหลวงเชียงดาวยังมีส่วนที่อุณหภูมิต่ำอยู่ ทำให้พืชบางชนิดที่เรากล่าวถึงนี้มีสภาพเหมือน ‘ติดเกาะ’ กล่าวคือ เติบโตอยู่บริเวณนั้นได้ แต่ไม่กระจายออกนอกบริเวณ พวกเราจึงได้เห็นดอกไม้ที่สวยแปลกตาแบบหิมาลัยได้ โดยที่ไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศเลย

เพราะฉะนั้นหากเรารักในธรรมชาติเหมือนกัน บ้านและสวน Explorers Club ก็อยากชักชวนให้ทุกคนออกเดินทางด้วยมุมมองแบบนักอนุรักษ์ ไม่เด็ดหรือทำลายธรรมชาติในทุกที่ที่เดินผ่าน และก่อนเข้าป่าทุกครั้ง อย่าลืมกฎการไม่ทิ้งร่องรอย 7 ข้อ หรือ Leave No Trace ด้วยนะครับ

EXPLORER: ดร.กิตติยุทธ ปั้นฉาย
AUTHOR: เอ็กซ์-พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร
PHOTOGRAPHER: ดร.กิตติยุทธ ปั้นฉาย, พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร

ศึกษาข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่: https://bgo.qsbg.org/