Type and press Enter.

ถอดรหัสป่า ค้นหาคนหาย

วิชาว่าด้วยเรื่องความปลอดภัย

Isuzu MU-X

ทุกการเดินทาง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การไปถึง หากแต่เป็นการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยที่สุด นั่นแหละคือการเดินทางที่ดีและมีความสุข การเลือกใช้รถยนต์ที่ดี มีความปลอดภัยในการขับขี่ถือเป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติ ที่เราต้องมีความรู้ ทักษะ และเครื่องมือที่พึ่งพาได้ เพื่อเอาพาตัวเองออกจากป่าได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

ประโยคข้างต้นคือสิ่งที่กระตุ้นเตือนผมตลอดทริปการเดินทาง 3 วัน 2 คืน มุ่งหน้าสู่อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักเรียนของ “หลักสูตรรหัสป่าขั้นพื้นฐาน BASIC MOUNTAIN RESCUE รุ่นที่ 5” การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปกางเต็นท์พักผ่อนเสพธรรมชาติ แต่คือการไปเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดและช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ป่าภูเขา และแน่นอนว่าพาหนะคู่กายที่นำพาผมไปสู่จุดหมายในครั้งนี้ ต้องตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยและสมรรถนะขั้นสุด นั่นคือ Isuzu MU-X รุ่นปี 2026 เครื่องยนต์ 3,000 ซีซี ที่มีโลโก้ RS ติดมาด้วย

Isuzu MU-X

ห่างหายจากการขับรถคันใหญ่เครื่องแรงไปนาน วันนี้มีโอกาสได้ทดลองขับเจ้า Isuzu MU-X เพื่อเดินทางไปเป็นนักเรียนกู้ภัยในป่า โดยทริปนี้มีเพียงสองเราครับ ผมกับบาส ประจำกองบ้านและสวน Explorers ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลคันโตๆ จะให้ฟีลลิงการขับขี่ที่นุ่มนวลมาก เครื่องยนต์เงียบกว่าแต่ก่อน แถมยังประหยัดน้ำมันสุดๆ ระยะทางไปกลับสามร้อยกว่ากิโลเมตร เข็มน้ำมันลดลงไปแค่ครึ่งถังเอง

Isuzu MU-X

“ขับรถคันนี้แล้วรู้สึกปลอดภัยว่ะบาส” ผมเปรยขึ้นขณะที่บาสกำลังหาร้านกาแฟสเปเชียลตีระหว่างทาง “อะไรที่พี่ตู่คิดว่าขับรถคันนี้แล้วปลอดภัย” บาสถาม “พี่ว่าน่าจะเป็นรูปทรง ความบึกบึนของตัวรถที่ทำให้เรารู้สึกมั่นคง ไม่อยากขับเร็วซิ่งจนเกินไป นั่นแหละที่ทำให้พี่รู้สึกปลอดภัย” ผมตอบจากความรู้สึกจริงๆ

นอกจากรูปทรงที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยแล้ว รถคันนี้ยังให้แรงบิดที่เหลือเฟือเมื่อต้องขับเข้าสู่เส้นทางทุรกันดารของอำเภอบ้านลาด สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือช่วงล่างใหม่แบบ Stiff Flex ที่ได้รับการติดตั้งโช้กอัพใหม่ มันช่วยซับแรงกระแทก ให้ความนุ่มนวล แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงตัวได้อย่างหนึบแน่น ไม่ย้วย ทำให้การขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทางฝุ่นมั่นใจเต็มร้อย

รหัสป่า
ครูบอย-นเรศ สุขรินทร์ กำลังกล่าวต้อนรับนักเรียน รุ่น5
รหัสป่า

รหัสป่า คืออะไร

เมื่อรถจอดสนิทที่ The Summer Camp อำเภอบ้านลาด ก็ถึงเวลาเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขับขี่มาเป็น “นักเรียนกู้ภัย” ในหลักสูตรรหัสป่าขั้นพื้นฐาน BASIC MOUNTAIN RESCUE รุ่นที่ 5 แต่ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่บทเรียนและการฝึกปฏิบัติจริง เรามาทำความรู้จักกับคำว่า “รหัสป่า” กันก่อน

ครูบอย-นเรศ สุขรินทร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการหลักสูตรรหัสป่า กล่าวไว้ว่า “ธรรมชาติมีภาษาของตัวเอง แต่ไม่ได้สื่อสารออกมาเป็นคำพูดหรือตัวอักษร” ดังนั้น “รหัสป่า” จึงหมายถึง ร่องรอย สัญลักษณ์ และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น รอยเท้า รอยมีดฟันบนเปลือกไม้ ทิศทางที่หักของกิ่งไม้ ความชื้นและสีของดิน ลักษณะการก่อตัวของเมฆ หรือแม้แต่เสียงนกและแมลงที่ผิดแปลกไปจากเดิม สิ่งเหล่านี้คือ “ข้อมูล” หรือ “รหัส” ที่ป่ากำลังบอกเล่าสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น

รหัสป่า
ครูบอย กำลังสอนให้ดูทาง ซึ่งเป็นฐานหนึ่งในการอบรมครั้งนี้

บทเรียนสอนใจ

หลักสูตรนี้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 5 ฐานสำคัญ เพื่อสร้างพื้นฐานให้แน่นหนาก่อนลงมือปฏิบัติจริง

ฐานที่ 1 เรียนรู้ป่า (Forest Tracking) – ป่ามีภาษาของมัน ฐานนี้สอนให้เรา “อ่านป่าให้ออก” ด้วยการแกะรอยดูเทรล (Trail) สังเกตรอยเท้า กิ่งไม้ที่หัก หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ผิดแปลกไปจากธรรมชาติ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือเบาะแสสำคัญในการค้นหาผู้สูญหาย ครูบอยยังบอกอีกว่า “ไม่มีอะไรที่เคลื่อนที่บนพื้นดิน แล้วไม่ทิ้งร่องรอย” เป็นวิธีคิดธรรมดาๆ ที่ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพได้อย่างชัดเจน

ฐานที่ 2 เรียนรู้แผนที่ (Map Reading) – แม้เทคโนโลยีจะก้าวไกล แต่ในป่าลึก แผนที่กระดาษและเข็มทิศคือพระเจ้า ฐานนี้สอนให้เราเห็นภาพรวมของพื้นที่ เข้าใจเส้นชั้นความสูง (Contour) และองค์ประกอบของแผนที่ เพื่อวางแผนการเดินเท้าได้อย่างแม่นยำ ไม่หลงทิศ กฎเหล็กคือให้จำไว้เสมอว่าเวลาอยู่ในป่ามีแค่ 4 ทิศเท่านั้น

ฐานที่ 3 ICS (Incident Command System) – การกู้ภัยไม่ใช่การวิ่งกรูกันเข้าไปช่วย แต่คือ “การจัดการ” ฐานนี้สอนระบบการบัญชาการเหตุการณ์ การแบ่งหน้าที่ชัดเจน ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นทีมค้นหา ใครดูแลทรัพยากร เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดต่อตัวทีมกู้ภัยเอง

ฐานที่ 4 L.A.S.T. (หลักการกู้ภัย) – นี่คือหัวใจของการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย Locate (ระบุตำแหน่ง/หาให้เจอ), Access (การเข้าถึงผู้บาดเจ็บอย่างปลอดภัย), Stabilize (การปฐมพยาบาล วิเคราะห์อาการบาดเจ็บ และทำให้ผู้บาดเจ็บมีอาการคงที่) และ Transport (เทคนิคการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย)

ฐานที่ 5 การจัดเป้และการผูกเงื่อนเชือกกู้ภัย (Knots) – ฐานนี้สอนให้รู้ว่าอุปกรณ์ที่ดีจะไร้ค่าหากเราหยิบใช้ไม่ทันเวลาหรือเป็นภาระในการเดินทาง การเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ “การจัดเป้” ซึ่งไม่ใช่แค่การยัดสัมภาระลงกระเป๋า แต่คือศิลปะการบริหารน้ำหนักเพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกายเวลาเดินผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบาก รวมถึงการจัดลำดับอุปกรณ์กู้ภัยและชุดปฐมพยาบาลให้อยู่ในตำแหน่งที่หยิบฉวยได้เร็วที่สุด ส่วน “เชือก” คือเครื่องมือสารพัดประโยชน์ การผูกเงื่อนแบบต่างๆ ให้ถูกต้องและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนยึดโยง เงื่อนทำระบบรอก หรือเงื่อนผูกเปลหาม ล้วนชี้เป็นชี้ตายในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งสิ้น

รหัสป่า
การสังเกตรอยเท้า และทิศทางการเดิน

ภารกิจกู้ภัย จำลองแต่เหมือนจริง

หลังจากเข้าฐานครบทั้ง 5 ฐาน ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเพื่อเตรียมตัวรับประทานอาหารเย็นในแคมป์ส่วนตัวที่แยกกันตามจุดต่างๆ ผมกับบาสแยกกัน ผมอยู่กลุ่ม G-1 ส่วนบาสอยู่กลุ่มหมาจิ้งจอก ด้วยความคาดหวังว่าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของหลักสูตร คงจะได้ล้อมวงพูดคุยกันตามประสาแต่ละกลุ่ม

แต่เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ จู่ๆ ก็มีเสียงจากวิทยุสื่อสารดังขึ้น “ขณะนี้มีครูฝึกออกไปเก็บเห็ดแล้วหลงป่า กำลังส่งครูอีกคนไปตาม” ปรากฏว่า จากคนหาย 1 คน กลายเป็น 2 คน และแล้วภารกิจที่คิดไม่ถึงก็เกิดขึ้นตอน 2 ทุ่ม “ขอให้ทุกคนเคลียร์พื้นที่ เก็บเต็นท์ เก็บทุกอย่างให้หมด แล้วนำสิ่งของเท่าที่จำเป็นติดตัวไปเพื่อตามหาบุคคลหลงป่าทั้งสอง” นั่นหมายความว่า คืนนี้ไม่ได้นอนแน่นอน ถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือ “ยันหว่าง”

การจำลองเหตุการณ์เหมือนจริง ค้นหาจริงๆ เดินลุยป่าจริงๆและอดนอนจริงๆ

กลุ่ม G-1 เป็นกลุ่มแรกที่โดนคำสั่งให้ออกนำไปก่อน โดยมุ่งหน้าไปยังจุดที่ครูคนที่สองแจ้งพิกัดไว้ล่าสุดก่อนหายตัวไปในป่า การทำภารกิจกู้ภัยในป่าครั้งนี้ ทุกอย่างถูกเซตอัปขึ้นมาในสถานการณ์จำลองที่มีความกดดันสูง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความเหนื่อยล้า และการต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสารในทีมกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สถานการณ์รอบตัวดูเป็น “ของจริง” ทุกประการ ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ “ผู้บาดเจ็บ” ที่เป็นเพียงเคสสมมติเท่านั้น

เราเดินค้นหากันจนถึงตีหนึ่ง ทุกคนเริ่มเหนื่อยล้า แต่ก็เจอร่องรอยที่ครูฝึกทิ้งเอาไว้ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่เหลือเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง จนกระทั่งพบกับครูฝึกที่หลงป่าในเวลาตีสามกว่าๆ ทุกคนได้ใช้ความรู้จากการเรียนตอนกลางวันมาปฏิบัติจริงในตอนกลางคืน นักเรียนทั้ง 5 กลุ่มได้รับประสบการณ์ในการค้นหาที่แตกต่างกันออกไป

กลุ่มของผมหาผู้หลงป่าไม่พบ แต่ก็ได้รู้ว่าเราแกะรอยมาถูกทางแล้ว แลกมากับประสบการณ์ที่ต้องเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย และต้องพักแรมกลางป่าแบบไม่ได้เตรียมตัว ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะ สุดท้ายกลุ่มเราเดินลงมาจากป่าเป็นกลุ่มสุดท้าย

ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ทฤษฎีที่ท่องจำมาเป็นอย่างดี จะไร้ความหมายในทันทีหากขาดสติและการทำงานเป็นทีมในสถานการณ์จริง

กลับบ้านด้วยความปลอดภัย

ทริป 3 วัน 2 คืน ที่อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี สิ้นสุดลงพร้อมกับร่างกายที่เหนื่อยล้าและเปียกปอน ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ

บ่อยครั้งเวลาเราเดินป่า เราอาจแค่เดินผ่านทิวทัศน์ไปเฉยๆ แต่เมื่อเราเริ่มอ่านรหัสป่าออก การเดินทางจะเปลี่ยนไป เราจะเข้าใจความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ สัมผัสถึงรสชาติและวิถีของธรรมชาติอย่างแท้จริง ทำให้ทุกย่างก้าวมีความหมายและมีเรื่องราวซ่อนอยู่

รหัสป่า
กลุ่ม G-1
กลุ่มจิ้งจอก

เพื่อความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอด การอ่านธรรมชาติเป็น จะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้ เช่น รู้ว่าบริเวณไหนเป็นทางเดินของสัตว์ป่า สภาพอากาศกำลังจะเปลี่ยนแปรปรวน หรือทิศทางไหนคือแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการนำพาตัวเองออกจากสถานการณ์วิกฤต

เพื่อช่วยเหลือและต่อลมหายใจผู้อื่น ในบริบทของการกู้ภัย (Mountain Rescue) รหัสป่าคือ “เบาะแส” ชิ้นเอก เมื่อมีผู้สูญหายหรือบาดเจ็บ ร่องรอยเพียงเล็กน้อยที่คนทั่วไปมองข้าม อาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำทางทีมค้นหาให้เข้าไปถึงตัวผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที การถอดรหัสป่าจึงไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่หมายถึงโอกาสในการรักษาชีวิตผู้อื่นด้วย

การเดินทางทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพารถยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเพื่อปกป้องเราบนท้องถนน หรือการเติมอาวุธทางปัญญาด้วยวิชา Mountain Rescue เพื่อเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นในป่าลึก ทั้งหมดล้วนสะท้อนจุดมุ่งหมายเดียวกัน… นั่นคือการรับประกันว่า เราและคนที่เรารัก จะได้เดินทางกลับบ้านไปเล่าเรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้ให้คนข้างหลังฟังอย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุดครับ

AUTHOR: ตู่-ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
EXPLORERS: ตู่ , บาส
PHOTOGRAPHER: บาส-บดินทร์ บำบัดนรภัย

ขอบคุณ

ครูบอย-นเรศ สุขรินทร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการหลักสูตรรหัสป่า
ครูฝึกรหัสป่าทุกท่าน
นักเรียนรหัสป่า รุ่นที่5 ทุกกลุ่ม
ที่ทำให้การเรียนการสอนครั้งนี้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายเป็นอย่างดี
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรหัสป่า

https://www.facebook.com/share/1H9AfeRyLT/?mibextid=wwXIfr

https://www.facebook.com/share/1DVevw81AZ/?mibextid=wwXIfr

ไตรรัตน์ ทรงเผ่า