Type and press Enter.

จักรยานขาไป รถไฟขากลับ เลาะคลองมองนาตลิ่งชัน นครชัยศรี

เส้นทางถนนสายในที่แทบไม่ผ่านถนนใหญ่ซอกแซกเข้าซอย เลาะริมคลองเก่าไปเรื่อย ๆ จากตลิ่งชันถึงนครชัยศรี นี่คือวันเดย์ทริปที่เดินทางด้วยจักรยานที่สนุก และน่าสนใจไม่น้อย แต่ถ้าถามว่าปั่นกันกลางวันแบบนั้นอากาศร้อนไหม ตอบได้เลยว่า “ก็ไหม้นะ”

จักรยานขาไป รถไฟขากลับ

พวกเรารวมตัวกันที่ตลิ่งชันแล้วออกเดินทางไปตามเส้นเลียบทางรถไฟสายใต้ผ่านชุมทางตลิ่งชัน แล้วลัดเข้าเส้นศาลาธรรมสพน์อีกที จากนั้นก็จะเจอเข้ากับเส้นทางเลียบคลองมหาสวัสดิ์ยาว ๆ ผ่านวัด ผ่านศาลายา ผ่านทุ่งนา ผ่านชุมชน เห็นวิถีชีวิตชานเมืองอย่างใกล้ชิด ได้แวะร้านอาหารแบบซุปเปอร์โลวคอลริมทาง ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงที่ได้ปั่นจักรยานขาไป นั่งรถไฟขากลับนี่แหละ

รวมพลยกจักรยานขึ้นรถไฟกลับ สะดวก สบาย

ปกติวันหยุดสุดสัปดาห์พักหลังมานี่ผมเลือกจะอยู่บ้านแล้วใช้เวลานอนเลื้อยอยู่ตามโซฟา กับแถว ๆ โต๊ะกินข้าวเสียมากกว่า แต่สำหรับครั้งนี้ไม่ใช่แล้ว มันรู้สึกคันแข้งคันขาเหมือนอยากจะถีบอะไรสักอย่าง ใช่แล้ว! นี่คืออาการ ‘เสี้ยนปั่น’ หลังจากที่ผมขุดเอาจักรยานคันเก่าที่ใช้ตากผ้าอยู่หลังบ้านออกมาปัดฝุ่นและปรับแต่งใหม่เพราะทนแรงยุจากเพื่อนไม่ไหว เจอหน้าทีไรมันชวนปั่นกันทุกทีสุดท้ายใจอ่อน…แล้วจะไปที่ไหนกันละ “ไปเที่ยวแถวบ้านพี่ไหมเดี๋ยวพาไป” ผมเอ่ยชวนเพื่อนชาวแก็งค์

ซึ่งแถวบ้านที่ผมว่านั้นก็คือเส้นทางจากตลิ่งชันไปถึงนครชัยศรีโดยใช้ถนนเส้นในเป็นหลัก ส่วนใหญ่นักปั่นหลายคนใช้เส้นทางนี้กันเป็นประจำ ซึ่งเมื่อก่อนผมเองก็ใช้เส้นทางนี้ปั่นเที่ยวอยู่เช่นกันจนพอรู้ว่ามันทะลุไปไหนได้บ้าง เลยอาสาทำทรงเป็นไกด์เจ้าถิ่นพาเพื่อนเที่ยวไปสัมผัสบรรยากาศชานเมืองกันหน่อย

ชมวัดริมคลอง
เลาะคลองมองนา
ตามทางมีร่มไม้เรื่อย ๆ

ผมกินกาแฟรอชาวแก็งค์ที่ปั่นกันมาจากตลิ่งชันอยู่ในมหาวิทลัยมหิดลแถวคณะดุริยางคศิลป์ แถวนี้ถือว่าคึกคักมากมีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขนม รวมถึงร้านจักรยานด้วย ซึ่งนักปั่นหลายกลุ่มเขาก็ใช้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้จักรยานพบปะสังสรรค์กันบ่อย ๆ เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างป๊อปปูล่าไม่น้อย ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงกริ่งจักรยานจากสมาชิกทักทาย เราพักกินน้ำกินท่ากันนิดหน่อย และถือโอกาสแวะกินกลางวันกันก่อนที่จะปั่นกันยาว ๆ

จุดรวมพลบริเวณคณะดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล
ดับร้อนด้วยหวานเย็นที่ต้องแย่งกันกินจะอร่อย
ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง อร่อย ชามใหญ่ ให้เยอะ

หลังจากมื้อเที่ยงทุกคันต่างมุ่งหน้าเดินทางต่อไปบนถนนศาลายา แล้วหาทางตัดเข้าซอยไปปั่นริมคลองมหาสวัสดิ์ เส้นทางเลียบคลองค่อนข้างเงียบรถไม่พลุกพล่าน อากาศจะสบายกว่าถนนด้านนอกเนื่องจากอยู่ใกล้คลองเลยทำให้มีลมเย็น ๆ กับร่มไม้ให้รู้สึกสดชื่นได้บ้าง วันนี้เราตั้งใจกันหลวม ๆ ว่าจะไปถึงพระปฐมเจดีย์หาข้าวเย็นกินกันจากนั้นก็ขึ้นรถไฟกลับ แต่ดูเวลาตอนนี้แล้วถือว่าสูสีกับระยะทางอีกประมาณ 40 กิโลเมตร

อากาศเมืองไทยเป็นเหมือนบททดสอบของคนที่ตัดสินใจออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าไม่รักจริงไม่มีทางเอาผิวหนังมาย่างแดดแบบนี้แน่นอน “เนื้อบนเตาหมูกระทะมันคงรู้สึกแบบนี้ล่ะมั้ง” ผมบ่นพึมพรำ พวกเราหาที่ร่มพักกันเป็นระยะ ตรงไหนพักได้พักไม่จำเป็นรีบร้อน อากาศแบบนี้สำคัญที่สุดคือดื่มน้ำเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของบ้านเราที่ไม่ว่าผ่านชุมชนไหนก็มักมีร้านของชำอยู่เสมอ นี่แหละจุดพักชั้นดี

บรรยากาศร้านชำง่าย ๆ มีชุดม้านั่ง และโต๊ะหินขัดอยู่ข้างหน้า ด้านข้างมีตู้น้ำ และลังน้ำแข็งสีแดงใบใหญ่ ข้างในมีชั้นวางขนมซองที่เรียงแบบสุ่ม ของขบเคี้ยวท้องถิ่นถูกแม็กเย็บกันง่าย ๆ แขวนเรียงเป็นแผงชอบอันไหนก็เด็ดมา ส่วนเครื่องดื่มจะกินอะไรก็หยิบเอาแล้วก็มาจ่ายเงินที่โต๊ะ นี่คือระบบการซื้อขายแบบเชื่อใจสุด ๆ เป็นการบ่งบอกถึงพื้นฐานความซื่อสัตย์ และเป็นกันเองของคนไทยได้อย่างดี ร้านแบบนี้นับวันจะยิ่งเหลือน้อยลงทุกที

เราพักกันพอเหงื่อฉาบผิวแห้งก็ไปกันต่อ อีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงจุดพักใหญ่แล้ว พวกเราตั้งใจว่าเราจะเบรคที่นั่นกันพักหนึ่ง แล้วค่อยหารือกันต่อว่าจะไปเส้นไหนดีเพราะวันนี้เราแทบไม่ได้มีแผนเลย จะมีก็เพียงแค่รู้ว่าปลายทางคือที่ไหนส่วนระหว่างทางให้เป็นเรื่องตามสถานะการณ์ จริง ๆ การไม่มีแผนแบบนี้นี่ก็ถือว่าเป็นแผนอย่างหนึ่งเช่นกัน

ในที่สุดเราก็มาถึงตลาดท่านา ตลาดชื่อดังริมแม่น้ำท่าจีนแห่งเมืองนครชัยศรี ถ้าคุณหิวโซตลาดนี้จะปลอบประโลมคุณด้วยอาหารคาวหวาน และผลไม้นานาชนิด ของกินมีให้เลือกจนตาลาย แต่น่าเสียดายที่เรามาช้าเกินไปตลาดวายหมดแล้ว…

ตลาดท่านาถ้ามีกระเป๋าก็คงหิ้วส้มโอกลับบ้าน
ตลาดท่านาปลายทางของเราในทริปนี้

“เอาไงกันต่อดี” สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยถาม ดูจากเวลาตอนนี้บ่ายสองกับระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตรจะถึงพระปฐมเจดีย์ เหมือนมองหน้ากันก็รู้ใจ “วันหน้าว่ากันใหม่” ถ้าพวกเราดันไปถึงพระปฐมเจดีย์อย่างที่ตั้งใจ อาจจะเจอเข้ากับฝน และเที่ยวรถไฟที่ดึกเกินไป สมาชิกทั้งหมดตัดสินใจให้ตรงนี้เป็นป้ายสุดท้ายสำหรับทริปนี้ หลังจากพักกันจนตัวแห้งสนิทเราก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟนครชัยศรีเพื่อยกจักรยานขึ้นรถไฟกลับบ้าน

จังหวะดีที่มีรถไฟไอน้ำผ่านมาพอดี

พวกเรากลับเที่ยวรถไฟสี่โมงเย็น ผมลงศาลายาแล้วปั่นกลับบ้านต่อ ส่วนสมาชิกทั้งหมดลงกันที่ชุมทางตลิ่งชัน ด้วยค่าโดยสารลงที่สถานีศาลายา 3 บาท และชุมทางตลิ่งชัน 6 บาท ส่วนค่าระวางสัมภาระ 90 ตลอดสายไม่ว่าปลายทางของคุณจะใกล้ไกลแค่ไหน ซึ่งถือว่าดีและเป็นทางเลือกสำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยจักรยานแบบนี้ 

เราเห็นอะไรจากการปั่นจักรยานเที่ยวชานเมือง

บนเส้นทางชานเมืองที่ผ่านนาผ่านสวน เราได้เห็นชีวิตของผู้คนในบางมุมที่กลายเป็นของหายากไปแล้วสำหรับยุคบัจจุบันนี้ จักรยานดูเหมือนจะเป็นยานพาหนะที่ทำให้เราไปได้ไกลกว่าการเดิน แต่ก็ช้าพอที่ทำให้เราได้สังเกต และซึมซับกับเรื่องราวข้างทางได้อย่างใกล้ชิด มันเป็นการออกกำลังที่ผสมการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ก็แน่ล่ะจักรยานมันมีมาเป็นร้อยปีแล้วถ้ามันไม่ดีจริงคงอยู่ไม่ได้ถึงตอนนี้

ขากลัับรับฝน

ดีแค่ไหนถ้ามีเส้นทางเชื่อมถึงกันทั่วประเทศ

คนใช้จักรยานไม่ว่าในสถานะเป็นพาหนะหลักของการใช้ชีวิต หรือจะเป็นกิจกรรมเชิงสันทนาการก็ตามสิ่งที่พบเจอเป็นประจำคือตามซอยต่าง ๆ อย่าว่าแต่เส้นทางสำหรับรถเล็กเลย เราแทบไม่เห็นทางบาทวิถีสำหรับผู้คนได้สัญจรกันอย่างเหมาะสม ในหลายที่ผู้คนยังต้องลงมาเดินบนถนนปะปนกับรถยนต์คันใหญ่ จะด้วยข้อจำกัดหรือเงื่อนไขของผังเมือง หรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม…..งั้นถ้าเราบอกว่างั้นเอาใหม่!!!

คิดเล่น ๆ หากทุกเขตอำเภอทั่วประเทศร่วมมือกันว่าจะทำเส้นทางเชื่อมต่อกันระหว่างเขต หรืออำเภอ หากจะต้องสร้างหรือปรับปรุงถนนใหม่แล้วเผื่อเส้นทางเล็ก ๆ สำหรับคนเดิน และให้รถจักรยาน รถเข็น หรือแม้กระทั่งวีลแชร์ อำนวยความสะดวกให้ผู้คนได้สัญจรไปมากันอย่างสะดวก ทั้งถนนในซอยเล็กจนถึงถนนใหญ่ มันคงช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้สะดวกขึ้นแน่นอน ซึ่งความคิดนี้ไม่ได้เป็นความฝันลอย ๆ ที่เป็นไปไม่ได้ เพราะต่างประเทศเขาก็ทำกันได้

หากว่าเป็นได้จริงจากที่พวกเราเดินทางไปมาแล้วหลายที่ บอกได้เลยว่าบ้านเมืองเรามีเสน่ห์ไม่แพ้ที่ไหน อาจเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เฟื่องฟูก็เป็นได้ทำเป็นเล่นไป เชื่อว่าถ้าเราขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกันกับสิ่งนี้แค่ไหนมากกว่า นอกจากทางดีมารยาท และน้ำใจในการจราจรก็ต้องดีตามคิดว่าพวกเราคงเข้าใจเรื่องนี้ดี…..จากเรื่องปั่นจักรยานเลาะคลองไปนครชัยศรีมันพาผมมาถึงเรื่องนี้ได้ไง!!

เอาเป็นว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานคือทางเลือกที่ดีสำหรับการพาชีวิตไปพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และ คุณสามารถนำมันขึ้นรถไฟไปไหนก็ได้ เป็นการเดินทางที่ประหยัดอีกแบบ ประหยัดในความหมายที่ผมว่าคือค่ารถไฟนะครับ ไม่ใช่ราคาจักรยานรู้นะครับว่าบอกราคาจักรยานกับคนที่บ้านหารครึ่ง….

ถ้าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์มันดูเรียบนิ่งเกินไปให้เอาจักรยานออกมาตากแดดกันดีกว่าครับ

AUTHOR : บาส – บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER : เจมส์-อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม, ต้น – ศุภกร ศรีสกุล