หากไม่ได้เดินทางมาเห็นกับตาตัวเองก็ไม่รู้เลยว่า โคโลอาน (Coloane) มาเก๊า เป็นเหมือนเมืองที่พักใจ สำหรับผู้คนให้ได้พักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีต้นไม้ใหญ่ ไร้ตึกสูง อากาศดี และยังอุดมไปด้วยแหล่งพื้นที่สีเขียวมากที่สุดของมาเก๊าด้วย
นอกจากความอลังการตระการตาของแหล่งบันเทิงระดับโลกแล้ว ในทางตอนใต้ปลายสุดของ มาเก๊า ยังมีเมืองที่สงบเงียบเรียบง่าย ให้ความรู้สึกต่างไปจากย่าน Old Town, Cotai และ Taipa ที่ “โคโลอาน (Coloane)” คือแหล่งพักผ่อนในบรรยากาศแสนสบายสำหรับคนที่อยากหลบหลีกความวุ่นวาย มาผ่อนคลายในเมืองสุดสงบกับวิวของทะเลจีนใต้กว้างใหญ่สุดสายตา

เราเริ่มต้นสำรวจเมืองนี้กันที่บริเวณวงเวียน “Ramalho Eanes Garden” ที่เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อของการเดินทางจากโซนอื่นมาที่เมืองนี้ผ่านระบบขนส่งสาธารณะ แถวนี้ยังเป็นที่ตั้งของร้าน “Lord Stow’s Bakery” ทาร์ตไข่ต้นตำหรับเจ้าดังของมาเก๊า ไม่ว่าคุณจะอิ่มจนท้องตึงมาแล้วจากไหนมาก็ตามอย่าได้พลาดที่จะลิ้มลองความอร่อยของมันในแบบสดใหม่จากเตา นี่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่คุณสามารถกินมันได้อย่างเอร็ดอร่อย เผลอ ๆ ชิ้นเดียวไม่พอ


เราแปลกใจเล็กน้อยกับบรรยากาศกลางวันแสก ๆ แดดเปรี้ยง แต่แถวนี้ก็ดูร่มครึ้มไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนอบอ้าวแผดเผาสักเท่าไหร่ นอกจากฤดูกาลเป็นใจ อาจเป็นเพราะแถวนี้ไม่มีตึกสูง และอยู่ใกล้ทะเลโล่ง ๆ อากาศเลยพัดผ่านได้ดี
แต่ความลับอีกอย่างที่เราพบเจอก็คือ ริมถนนทุกจุดอุดมไปด้วยต้นไทรใหญ่ที่นอกจากสร้างความร่มรื่นให้กับพื้นที่ได้อย่างดีแล้ว ผลของมันยังเป็นเหมือนร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อิ่มไม่อั้นให้กับบรรดานก และสัตว์เล็ก ๆ ในธรรมชาติ เราจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงเห็น “นกปรอดหัวโขน” ส่งเสียงหวาน ๆ ดังระงม บินกันให้ว่อนไปทั่ว ทำให้คิดว่านี่ถ้าหากเป็นบ้านเราสงสัยคงอยู่ในกรงไปหมดแล้ว

จากการตัดแต่งอย่างถูกวิธีทำให้ต้นไม้ใหญ่แผ่เรือนยอดให้ผู้คนได้ใช้ประโยชน์จากความร่มรื่น นก และสัตว์เล็ก ๆ ได้ที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันก็ทำให้เมืองดูมีเสน่ห์ และมีทัศนียภาพที่สวยงามไปด้วย เราแทบไม่เห็นต้นริมทางต้นไหนหัวกุดผิดรูปเลย มันเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญ และเรื่องการจัดการต้นไม้ใหญ่กับพื้นที่สาธารณะ และผู้คน ก็ต้องยอมเขาว่าทำได้ออกมาดีมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะที่โคโลอานเท่านั้น แต่มันหมายถึงทั้งเมืองมาเก๊าเลย


COLOANE VILLAGE หมู่บ้านเล็กริมทะเล
จากวงเวียน Ramalho Eanes Garden คุณสามารถเดินเล่นไปตามถนนริมทะเลที่คนแถวนี้จะเรียกว่า “ถนนแห่งการเดินเรือ” บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน ที่เรียกว่า “โคโลอาน วิลเลจ (Coloane Village)” ชุมชนเล็ก ๆ น่ารักริมทะเล แถวนี้จะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่สองสามแห่ง คือโบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ กับอนุสาวรีย์ปราบโจรสลัด และใกล้ ๆ กันจะเป็นห้องสมุดอาคารสไตล์ยุโรปสวยงาม




จากถนนริมทะเลนี้หากมองออกไปยังฝั่งตรงข้ามจะสามารถมองเห็นจีนแผ่นดินใหญ่ได้เลย โดยแถวนี้จะมีท่าเรือสำหรับข้ามฝั่งด้วย แต่เฉพาะคนพื้นที่เท่านั้นที่สามารถใช้บริการได้ นักท่องเที่ยวอย่างเราอย่าไปทะเล่อทะล่าเผลอเดินไปข้ามเข้าล่ะ บ้านแถวนี้จะมีสีสันสดใส โทนพาสเทลหน่อย ๆ ให้อารมณ์ความเป็นเอเชียผสมกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนนิด ๆ บ้านหลังขนาดกะทัดรัดบางหลังเป็นร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีบรรยายกาศเป็นกันเอง เราอยากแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะได้ลองมาอุดหนุนร้านค้าแถวนั้น บางร้านที่เราเดินเข้าไปมั่ว ๆ ก็กลายเป็นเจอของดีแบบบังเอิญ อย่างร้านไอศกรีมโฮมเมด “TINGHAI COLOANE CREAM” ที่พวกเราก็สุ่มเดินเข้าไป เห็นทางเข้าดูธรรมดา ๆ ก็ไม่คิดว่า จะเป็นร้านสุดป๊อปของย่านนี้ เลยซัดไปคนเดียวสองโคนใหญ่เพราะไหน ๆ ก็มาแล้ว เลิศทั้งรสช็อกโกแลต และรสนม







คุณสามารถใช้เวลาเดินสำรวจที่นี่ได้พักใหญ่ ตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ มีสตรีทอาร์ต และมุมสวย ๆ หลายมุม เดินไปเดินมาก็จะวนมาที่เดิมอยู่ดีไม่ต้องกลัวจะหลงทาง เพราะแถวนี้ซอยจะทะลุถึงกันได้หมด หรือจะต่างคนต่างเดิน แล้วมานั่งร่ม ๆ นัดเจอกันตรงโบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ ก็ได้ง่ายดี

HAC SA BEACH หาดทรายดำแห่งทะเลจีนใต้
เดินสำรวจหมู่บ้านกันไปแล้ว สถานที่ต่อไปที่พวกเราอยากแนะนำก็คือ “ชายหาดฮักซา (Hac Sa Beach)” ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งของ โคโลอานวิลเลจ ต้องนั่งรถต่อไปอีกนิด ชายหาดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยหาดทรายสีดำโค้งเป็นอ่าวใหญ่ทอดยาวไกลลิบ ถ้าคุณคิดจะเล่นน้ำก็สามารถทำได้เต็มที่ เขามีห้องอาบน้ำสาธารณะสะอาดสะอ้านอย่างดีไว้บริการ ไหน ๆ ก็มาแล้วการได้ถอดรองเท้าลองไปสัมผัสทะเลจีนใต้สักหน่อยก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่เลว หากถามว่าสวยงามขนาดไหน ก็ต้องบอกว่า “มีความสวยงามเฉพาะตัวในแบบของมัน” น้ำทะเลถึงจะไม่ได้ใสมากเหมือนตามหมู่เกาะบ้านเราแต่ ก็สะอาดไร้ขยะลอยเกลื่อนกราดขึ้นมากองถมตรงหาดทรายให้หมดอารมณ์สุนทรีย์ พอมันสะอาดไปหมดทุกอย่างก็เลยทำให้พื้นที่สวยงามไปโดยปริยาย เราจะเห็นผู้คนประปรายเดินเล่นเก๋ ๆ อยู่บนหาดอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเศษแก้วมาตำเท้ามั้ย หรือไปเดินสะดุดกับซากอวนทะเลให้หัวคะมำหมดมู้ด



ความน่าอิจฉาของคนแถวนี้ยังไม่หมด เพราะนอกจากบริเวณนี้ยังเป็นชายหาดแล้ว เขายังมีสวนสาธารณะที่มีพื้นที่กางเต็นท์ และเตาปิ้งบาร์บีคิวไว้บริการ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองใช้งานจุดกางเต็นท์นั้นได้อย่างเต็มที่ มีเรือนพยาบาล ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น และชายหาดสะอาด ๆ ไว้ให้พักผ่อน คนที่เมืองนี้เขามีพื้นที่สาธารณะให้แคมป์ริมทะเลได้ด้วย แบบสะดวกเมื่อไหร่ก็แวะมาน่าอิจฉาไหมล่ะ

HAC SA LONG CHAO KOK COASTAL TRAIL เดินกินลมชมหน้าผาบนเส้นทางหางมังกร
ต่อจากหาดฮักซาคุณสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้เลยแบบไม่ไกลนัก “Hac Sa Long Chao Kok Coastal Trail” เส้นทางเดินเลียบทะเลลัดเลาะไปกับผาหินสีน้ำตาลแดงสวยงามแปลกตา มันเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินแล้วชมวิวไปเรื่อย ๆ เราจะเห็นผู้สูงอายุมาเดินเล่นกันเป็นกลุ่มอยู่ตลอดเส้นทาง
ที่นี่คือจุดชมวิวที่คุณสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางด้านซ้าย และตกในทางด้านขวาได้ในบริเวณเดียวกันนี้ นี่คือวิวทะเลแบบพาโนรามาที่แท้จริง ถ้ามีเวลาสักสองชั่วโมงก็ลองเดินเล่นไป – กลับดูได้ แต่ถ้าต้องไปที่อื่นต่อก็เดินไปแค่ศาลากลางทะเลก็พอกรุ่บกริ่บกำลังดี ทางเดินที่ปูด้วยหินเรียบ ๆ อย่างดีทำให้เดินง่าย ปลอดภัย และมั่นคง หากนับจากจุดเริ่มต้นจนถึงปลายทางระยะทางก็อยู่ที่ประมาณเกือบสองกิโลเมตร



คนพื้นที่บอกกับพวกเราว่าบริเวณนี้คือหางมังกร ส่วนหัวมังกรนั้นอยู่แถวหาดฮักซาที่เราแวะกันก่อนหน้านี้ ลมแถวนี้ค่อนข้างแรงอาจทำผมที่อุตส่าตื่นมาเซ็ทไว้ตั้งแต่เช้าจะมาเสียทรงเอาได้ที่นี่ แต่ขณะเดียวกันคุณเองก็จะมีภาพถ่ายผมปลิวสวย ๆ ท่ามกลางฉากหลังเป็นผาหินสีสวย ถ้าหากไม่ติดว่าต้องไปที่อื่นต่อพวกเราก็คิดว่าจะเดินไปให้มันสุดทางกันเลย

CHEOC VAN BEACH หาดเล็กที่สงบเงียบเรียบเท่
ถ้าคุณต้องการความสงบจริง ๆ แต่ยังได้ความเป็นชายหาดอยู่ เราแนะนำให้คุณมาที่นี่ “Cheoc Van Beach” ชายหาดเล็ก ๆ ที่มีความยาวประมาณ 300 เมตร เป็นศูนย์รวมของคนรักกิจกรรมทางน้ำ เช่น แล่นเรือใบ พายคายัค หรือว่าวินด์เซิร์ฟ มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ให้บริการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หาดทรายที่ Cheoc Van Beach ถึงจะอยู่ใกล้กันกับหาดฮักซา แต่อารมณ์ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง บริเวณนี้จะมีหาดทรายสีขาวต่างจากฮักซาที่เป็นทรายสีดำ และเนื่องจากมีสถานที่ราชการตั้งอยู่จึงทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ดูสงบเงียบให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่า ที่หน้าหาดจะมีอาคารสีขาวเท่ ๆ ให้คุณได้ไปทำทรงถ่ายรูปได้ นั่นคือ “Cheoc Van Cafe” ร้านขายกาแฟ และของว่าง ถ้าคุณเป็นคนชอบความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบความวุ่นวาย ที่นี่ตอบโจทย์ มีร้าน “La Gondola” ที่ขายอาหารโปรตุเกสอยู่แถว ๆ นี้ด้วย



สำหรับพวกเรากลับรู้สึกชอบเมืองโคโลอาน และชายหาดของที่นี่ อาจเพราะด้วยการจัดการ และการออกแบบที่ดีมันช่วยชูให้พื้นที่มีความโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สภาพแวดล้อมดูเป็นธรรมชาติ มันให้ความรู้สึกพิเศษแบบเรียบง่ายเป็นกันเอง มากกว่าการพยายามปรุงแต่งประดิษฐ์ประดอยหวือหวา เติมจนเกินพอดีแล้วก็ไปจบตรงที่ความเละเทะไร้ระเบียบ
ธรรมชาติกลางเมือง
ใช่ว่าจะมีพื้นที่ธรรมชาติเพียงแค่เมืองโคโลอานเท่านั้น กระเถิบขึ้นมาในย่าน “Taipa” ก็มีสถานที่ทางธรรมชาติไว้พักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งเราเองก็คิดไม่ถึงว่าในมาเก๊าเขาจะมีพื้นธรรมชาติแบบนี้อยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องด้วยหรือ “Ecological pond of Wetland” พื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสุดท้ายของมาเก๊า ที่ถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาเชิงระบบนิเวศน์ บริเวณนี้จะเป็นที่อาศัยของนก แมลง และสัตว์ตามธรรมชาติมากมาย มีเส้นทางเดินให้ศึกษาธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ส่วนที่ตั้งนั้นก็อยู่บริเวณเดียวกันกับ “Taipa House Museum” หรือพิพิธภัณฑ์บ้าน 5 หลัง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และการเมืองของมาเก๊า ถึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มมรดกโลกแต่ก็มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสเช่นกัน เรียกว่าถ้าเดินชมพิพิธภัณฑ์เสร็จ ก็ออกมานั่งทอดอารมณ์ชมธรรมชาติกันต่อได้เลย และแน่นอนว่าทั้งสองที่นี้ เข้าฟรีไม่มีค่าบริการ




หากให้พวกเราแนะนำ เราก็อยากบอกว่าไม่ว่าคุณจะไปตะลอนที่ไหนกันมาแล้วก็ตาม ให้มาใช้เวลาช่วงเย็นสักสี่ ห้าโมงแถว ๆ นี้ เพราะนอกจากบรรยากาศสุดแสนจะดีแล้ว คุณยังอยู่ใกล้ ๆ กับแหล่งของกินที่ถือเป็นไฮไลท์ของมาเก๊าด้วย คุณ และชาวคณะสามารถเดินไปหาของอร่อย ๆ กินกันเป็นมื้อเย็นได้ที่ “Taipa Food Street” และย่าน “Taipa Village” ได้เลย

เดินเล่นในเมืองเก่า
นอกเหนือจากการได้หย่อนใจกับพื้นที่ธรรมชาติ เราก็ยังสามารถหาความสุข และความรื่นรมย์ด้วยการเดินเล่นในเมืองได้เช่นกัน ด้วยลักษณะของผังเมืองย่าน Old Town ที่ออกแบบมาทำให้เหมาะมากกับการ “เดินเท้าตระเวนเที่ยว” ได้ยาว ๆ เราสามารถพบกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามในระดับมรดกโลกกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งย่าน พร้อมกับได้ภาพสวย ๆ ของเมือง เหมาะมากหากคุณเป็นคนชอบถ่ายภาพ หรือเป็นคนชอบให้ถูกถ่าย “มาเก๊า” จะทำให้คุณเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินกับหลายมุมสวย โพสต์ท่าจนเหนื่อย และกดชัตเตอร์กันเมื่อยนิ้วแน่นอน รับรองว่าคุณจะได้รูปโพลไฟล์ไว้เปลี่ยนได้ทั้งปี เคลียร์เมมโมรี่ให้ว่าง วอร์มกล้ามเนื้อน่องไว้ได้เลย






หากคุณต้องการเดินเล่นชมเมืองที่มาเก๊าไปเรื่อย ๆ เราอยากให้คุณออกจากที่พักแต่เช้า ไม่เกินแปดโมงแล้วให้มุ่งหน้าไปเริ่มต้นที่ “Senado Square” พวกเราใช้จัตุรัสนี้เป็นศูนย์กลางของการ “ตระเวน” ชมเมืองเพราะในบริเวณใกล้เคียงจะมีสถานที่สำคัญ เป็นงานสถาปัตยกรรมโบราณสวย ๆ ระดับมรดกโลกกระจายตัวกันอยู่มากมาย


ที่เราอยากให้คุณเริ่มต้นเดินเที่ยวในช่วงเช้า ก็เพราะว่าคุณจะได้รูปถ่ายสวย ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ ในแบบที่คนยังไม่คึกคักมากนัก ส่วนใหญ่ร้านรวงของเมืองนี้จะเริ่มต้นเปิดกันที่ 10-11 โมง หลังจากเวลานั้นผู้คนจะเริ่มทางทะยอยมากัน ฉะนั้นหากคุณคิดจะหาร้านกาแฟนั่งกินในตอนเช้า อาจจะผิดหวังได้ เพราะอาจมีตัวเลือกให้คุณไม่เยอะนัก ให้จบอาหารเช้าทุกอย่างจากที่พักมาเลยจะดีที่สุด
เริ่มเที่ยวมาเก๊ายังไงดี
เนื่องจาก มาเก๊า เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายจุด บางที่นั้นอาจต้องใช้เวลาทั้งวันในการเข้าถึง การเดินทางท่องเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกก็อาจเริ่มต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไปที่ไหนก่อน เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ จากประสบการณ์ที่ได้ไปมาแล้ว นำมาประติดประต่อเผื่อเป็นตัวช่วยในการ “ออกตระเวนเที่ยวมาเก๊า” ของคุณให้ง่าย และสนุกขึ้น
เราขอยกตัวอย่างการท่องเที่ยวของพวกเราแบบใช้เวลา 3 วัน 2 คืน เป็นต้นเรื่องก็แล้วกัน หากคุณมีเวลาเหมือนพวกเราแบบนี้ ให้เริ่มด้วยการดูเที่ยวบินที่มาถึงก่อน หากเที่ยวบินคุณมาถึงในช่วงเช้าตรู่ เวลานั้นคุณคงเพลียกับการเดินทางในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา บางคนอาจจะไม่ได้นอนมาเลยทั้งคืน การเดินทางไปโรงแรมเอากระเป๋าไปฝากก่อนเป็นทางเลือกที่ดี ถึงยังจะเข้าพักไม่ได้ แต่ก็สามารถนั่ง ๆ เหยียด ๆ บิดขี้เกียจอยู่แถวล็อบบี้ได้
สำรวจแถวที่พัก
แต่ถ้าแรงเหลือก็เดินสำรวจแถว ๆ บริเวณที่พัก หาข้าวเช้า หรือหากาแฟซดสักแก้ว บางทีการได้สำรวจบริเวณที่พัก คุณอาจจะพบอะไรที่น่าประหลาดใจใหม่ ๆ ได้เจอร้านอาหารน่าสนใจสำหรับมื้อเย็น หรือไม่ก็ร้านสะดวกซื้อ ที่ไม่ไกลจากที่พัก จะได้ไม่เสียเวลาเดินหาร้านซื้อของตอนกลับมาที่พัก

ไปกันต่อหรือขอพักก่อน
หลังจากที่คุณเช็คอินเข้าห้องพักได้ เรามีทางเลือกให้คุณสองทางคือ ทางที่หนึ่ง เอากระเป๋าไปเก็บจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วออกลุยเที่ยวเลย กับทางเลือกที่สองคือนอนพักกับแอร์ฉ่ำ ๆ สักสอง ชั่วโมงแล้วค่อยออกไปช่วงบ่ายคล้อย ๆ สองสามโมง สำหรับพวกเราเรื่องเที่ยวเรื่องใหญ่ เราลุยต่อเลยทันทีเรียกว่า “ชีวิตมีไว้ใช้ไปกันต่อ!!!”

ปักหมุด
ไม่ว่าคุณเลือกจะพักสักครู่หรือลุยต่อ คุณต้องวางแผนแล้วปักหมุดสถานที่ที่อยากไปเป็นอันดับแรก ดีที่สุดคือการทำการบ้านมาก่อน แล้วแบ่งหมุดที่ปักใน Google Map ให้ทุกคนในกลุ่ม จากนั้นคุณเลือกจะเดิน หรือนั่งรถก็ไปตามแผนการที่วางไว้ ก็ขยับไปกันทีละจุด

TAIPA
“ไทปา Taipa” เป็นโซนที่ควรจะลุยในช่วงบ่าย เพราะในโซนนั้นเราสามารถเก็บสถานที่น่าสน หลายที่โดยใช้เวลาในช่วงบ่ายได้ไม่ยาก เพราะจุดที่ต้องไปน้อยกว่าย่าน Old Town ไม่ว่าคุณจะไปลุยที่ไหนก่อนก็ตาม ให้คุณมาจบที่ “Taipa House Museum” พิพิธภัณฑ์บ้าน 5 หลัง ในช่วงเย็น ๆ เป็นที่สุดท้ายเพราะบริเวณนี้บรรยากาศจะดี ร่มรื่น และมีแหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำให้คุณได้นั่งพักชมวิวได้อย่างสบายใจ ระหว่างรอไปกินมื้อเย็น และเดินเที่ยวแถว Taipa Food Street หลังจากนั้นก็ค่อยกลับที่พัก


ชิลที่ COLOANE
เริ่มต้นเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ 7 โมง ไม่ได้จะออกไปใส่บาตรที่ไหนหรอกนะ แต่เราจะไปเมืองที่อยู่ใต้สุดของมาเก๊า “โคโลอาน Coloane” เมืองที่เงียบสงบ และมีพื้นที่สีเขียวเยอะที่สุดของมาเก๊า ให้คุณปักหมุดไปที่วงเวียน “Ramalho Eanes Garden” แวะชิมทาร์ตไข่ที่ร้าน “Lord Stow’s Bakery” แล้วเดินเล่นที่แถว ๆ “Coloane Village” จากนั้นก็หามื้อเที่ยงกินที่ “Lou Van Fai Kei Restaurant” หรือร้านอื่น ๆ แถวนั้น แล้วจะไปไหนต่อก็ลองเลือกสถานที่ที่สนใจดู เช่น “Hon Kee Cafe” และ พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือท้องถิ่น “Lai Chi Vun Shipyard”s สองที่นี้อยู่ติดกัน สถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ A-Ma Cultural Village, Cheoc Van Beach, Hac Sa Beach, Hac Sa Long Chao Kok Coastal Trail ชอบที่ไหนไปที่นั่น

เย็น ๆ เดินเล่น Old Town
หากพอมีเวลาเหลือจากโคโลอาน คุณก็สามารถย้ายร่างมาแถว ๆ วัดอาม่า แล้วไปต่อที่โซน Old Town ได้อีกหน่อยก่อนจะกลับที่พักก็หาอาหารเย็นแถว ๆ นั้นกินให้เรียบร้อย ใช้เวลาเดินดูเมืองช่วงหัวค่ำก็ไม่เลว

เก็บตกก่อนกลับ
สำหรับวันสุดท้ายหากเที่ยวบินของคุณเป็นช่วง 5 โมงเย็น ก็เริ่มต้นออกกันตั้ง 7-8 โมง จบอาหารเช้าที่โรงแรมให้เรียบร้อย ก่อนออกไปก็เช็คเอ้าท์ แล้วฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้ จากนั้นมุ่งไปเก็บตกที่โซน Old Town ให้คุณปักหมุดสถานที่ที่อยากไป แล้วลุยเลยเริ่มจากใกล้ ๆ เอาที่สะดวกเดินต่อ ๆ กันได้ ข้อดีของเมืองมาเก๊าก็คือ สถานที่มันจะติด ๆ กัน สามารถไปถึงด้วยการเดินไม่ไกล บางที่อยู่ใกล้กันแค่ฝั่งตรงข้ามก็มี แต่ไม่ว่าคุณจะไปไหนก็ตาม หากคุณออกเช้าคนจะน้อย ๆ ไม่วุ่นวายมากนัก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากคุณต้องบินหนึ่งทุ่ม ก็ต้องกลับมาเอากระเป๋าที่โรงแรมอย่าเกิน 4 – 5 โมงเย็น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รูปแบบการท่องเที่ยวของคุณก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับความต้องการได้เพียงแค่วางแผนให้ดี ปักหมุดในที่ที่อยากไป กับสถานที่ห้ามพลาดไว้ก่อน จากนั้นค่อยปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมหน้างาน หากตารางการท่องเที่ยวของคุณแน่นเกินไปก็ให้ตัดใจไปบ้าง เราเชื่อว่าเมื่อคุณได้มาเยือนมาเก๊าในครั้งแรกแล้ว มันอาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของคุณอย่างแน่นอน และเมื่อคุณได้กลับมาที่นี่อีกค่อยไปเก็บตกในที่ที่คุณยังไม่ได้ไป ใช้เวลาอย่างมีความสุขแบบไม่เร่งรีบ เท่านี้การเดินทางของคุณก็เต็มไปด้วยเรื่องราว และความน่าประทับใจมากมายแล้ว

รู้จัก มาเก๊า มากกว่าเก่า
การที่ได้มาเที่ยวมาเก๊าในครั้งนี้ ทำให้ได้สัมผัสได้ว่าเมืองนี้มีอะไรที่น่าสนใจเกินกว่าที่เราคิดเอาไว้มากมาย นับเป็นการเปิดมุมมอง และประสบการณ์ใหม่ ๆ จนทำให้เราอยากรู้ว่าเพราะอะไร บ้านเมืองของเขาถึงได้สะอาด และยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สามารถอยู่ร่วมกันกับความเจริญของเมืองได้อย่างลงตัว สิ่งแวดล้อมที่คงอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนา การให้ความสำคัญกับผู้คนด้วยการอำนวยความสะดวกตามพื้นที่สาธารณะ และระบบขนส่งมวลชน พวกเราแทบไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำเลยสำหรับการมาเที่ยวที่มาเก๊า เพราะทุกพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ หรือจัตุรัสต่าง ๆ จะมีห้องน้ำสะอาด ๆ ที่ดูแลโดยเจ้าหน้าอยู่ตลอดเวลาไว้คอยบริการ รวมถึงถังขยะที่มีลวดลายพรางตาแนบเนียนกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม

สำหรับพวกเรานอกจากสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลท์ของเมืองแล้ว การได้เดินเล่นอย่างมั่ว ๆ ไปบ้างตามตรอกเล็กตรอกน้อยในเมือง ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่รื่นรมย์เช่นกัน คุณจะมีโอกาสได้เจอคาเฟ่เก๋ ๆ และร้านอาหารที่อยู่นอกเหนือไกด์บุ๊คมากมาย และที่เราชอบมากก็คือเราได้ภาพสวย ๆ สต๊อกไว้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในโซเชียลได้ตลอดปี


เมืองก็สวย ของกินก็อร่อย จนอยากชวนใครต่อใครลองมาตระเวนเที่ยวที่นี่ดูบ้าง สงสัยว่าครั้งต่อไปที่มาเมืองนี้ใช้เวลา 3 วัน 2 คืนคงไม่พอเสียแล้ว เราทุกคนคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โปรดปราน และสามารถมาซ้ำได้เรื่อย ๆ สำหรับพวกเราการที่ได้รู้จักมาเก๊าในมิติที่ลึกขึ้น ทำให้เราเก็บเมืองนี้อยู่ในลิสต์เป็นเมืองที่ต้องมาซ้ำได้อย่างไม่ต้องคิดมากเลย…
EXPLORERS: ตู่, บาส, นัท, ปิง, แพรวา, ปุ๊กกี้, นัด, ปลา
AUTHOR: บาส-บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER: แพรวา-กรานต์ชนก บุญบำรุง
ติดตามทริปมาเก๊าทั้งหมดของพวกเราได้ที่: https://explorersclub.baanlaesuan.com/?s=macao
ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวมาเก๊าเพิ่มเติมได้ที่: https://www.macaotourism.gov.mo/th/
