Type and press Enter.

ปั่นจักรยานชมวิวทะเลที่ชุมพร “เร็วกว่าเดิน เพลินกว่าขับรถ”

การเคลื่อนที่ไปอย่างไม่เร่งรีบทำให้เราได้ซึมซับเรื่องราวสองข้างทางได้มากขึ้น เรามีแผนกันแบบหลวม ๆ ครึ่งหนึ่งวางแผน ส่วนอีกครึ่งปล่อยไปตามใจ การปั่นจักรยานชมวิวทะเลที่ชุมพร ‘บนถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย’ ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของพวกเราแน่นอน เห็นท่าจะต้องมาซ้ำ…

วิวสวย ๆ ที่หาดทุ่งวัวแล่น

การปั่นจักรยานชมวิวทะเลที่ชุมพรของพวกเราครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ต้องไปทำเนื้อหาเกี่ยวกับสวนกาแฟกันเป็นหลัก แต่ถ้าเราต้องนั่งรถกันไปไกลถึงถึงชุมพรแล้วก็ไม่อยากให้เสียเที่ยว เลยต้องออกสำรวจเมืองนี้เสียหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน เลยเป็นที่มาของการขนจักรยานไปปั่นสำรวจเมืองที่ “เร็วกว่าเดิน เพลินกว่าขับรถ” ในแบบของพวกเรา

Google Map คือพระเอกในครั้งนี้ เราเริ่มต้นกันโดยตั้งสมมุติฐานกันง่าย ๆ ถ้าเมืองนี้มีทะเลมันก็ต้องมีเส้นทางเลียบชายทะเล และแน่นอนว่า ‘มันมี’ แล้วมันก็มีแบบยาว ๆ เสียด้วย หากจะต้องปั่นกันให้สุดทางจริง ๆ ระยะทางก็ไกลเอาเรื่องอยู่ อาจจะต้องใช้เวลาหลายวันค่อย ๆ ปั่นลัดเลาะไป แต่เราไม่มีเวลาขนาดนั้น เลยตั้งโจทย์ว่าถ้าอยากปั่นที่ชุมพรแบบวันเดียว มันมีเส้นทางไหนน่าสนใจบ้าง  เราค่อย ๆ เปิด Google Map ไล่ดูกันไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ได้เส้นทางที่มีระยะทางพอกรุ่บกริ่บแบบไปกลับประมาณเกือบ 60 กิโลเมตร

จุดชมวิวที่เขาดินสอที่มองเห็นหาดทราย
ปั่นลงเขาที่เขาดินสอต้องระวังอย่างมาก
ไหล่ทางกว้างพอสำหรับให้รถเล็ก และผู้คนได้ใช้สัญ
สะพลีสงบ

เราออกตัวกันที่ “จุดชมวิวเขาดินสอ” ในช่วงเช้า ตรงนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวของหาดสะพลี ไปจนถึงหาดทุ่งวัวแล่นได้เลย แต่การจะปั่นจักรยานจากจุดนี้ไปถ้าใครไม่มีประสบการณ์ปั่นลงเขา และระบบเบรคไม่หนึบพอ เราไม่ขอแนะนำครับเพราะทางค่อนข้างชัน และมีโค้ง อย่างพวกเราเองก็ยอมรับว่าเราจูงกันมากกว่าปั่น เพราะดูจากเบรคที่ใช้งานมานานแล้วไม่มั่นใจเท่าไหร่ ถ้าปล่อยไหลไปกลัวจะทะลุโค้งเข้าข้างทางถึงข้างล่างเร็วไป หลังจากลงเขาเราก็ปั่นกันไปตามทางถนนใหญ่กันสักประเดี๋ยวก็มาหยุดกันที่ “ร้านซาลาเปาพี่ใหญ่” ปากซอยเทศบาลซอย 3 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฝั่งเลียบหาด ซาลาเปาไส้แน่นลูกละ 10 บาท ขนมจีบลูกละ 3 บาท จะกินกี่ลูกก็จิ้มใส่ถุงกันเอง ถ้าไม่มีคนอยู่หน้าร้าน หยิบอะไรไปก็ใส่เงินไว้ในกล่อง เป็นไง! ชิลมั้ยล่ะ นี่คือระบบซื้อขายที่ใจสุด ๆ  เราซัดซาลาเปา ขนมจีบ กันเต็มที่เป็นอาหารเช้าแบบง่าย ๆ กันเสียเลย หลังจากนั้นจูงจักรยานข้ามถนนไปชมวิวของหาดสะพลียามสายกันอีกสักครู่

อาหารเช้าจากร้านซาลาเปาพี่ใหญ่ หยิบเองจ่ายเอง
สะดวก อิ่ม เร็ว
ความนิ่งสงบของหาดสะพลี
ชุมชนประมงแถวหาดสะพลี
ถนนดี รถน้อย

บรรยากาศช่วงที่เรามาถือว่าดี ท้องฟ้าสดใสเป็นใจให้แดดเลียผิว ทะเลสงบ มีลมอ่อน ๆ พัดโชยตลอด หาดทรายสะอาดกว้างและยาวไร้สิ่งปลูกสร้างสูง ดูแล้วโล่งสบายตา เท่าที่ลองสังเกตดูขยะแถวนี้แทบไม่มีเลย พอได้เห็นทรายสะอาดแบบนี้แล้วรู้สึกดีใจ ถ้าไม่ติดว่าต้องปั่นจักรยานต่อจะลงไปคลุกหาดทรายสะอาด ๆ เป็นเพื่อนกับหมาแถวนั้นเสียเลย

ถ้าได้มาชุมพรเลือกพักแถวหาดสะพลีสักคืนก็ไม่เลวครับ ที่สะพลีพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้ามันสวยจับใจจนอยากส่งรูปไปสวัสดีตอนเช้าในกลุ่มไลน์ หากจัดองค์ประกอบภาพดี ๆ จะได้ภาพถ่ายสไตล์มินิมอลที่งดงามราวกับปกอัลบั้ม Chillout Music ที่บอกมาเสียขนาดนี้ก็เพราะเราพักกันแถวนี้ครับเลยขอยืนยันว่ามันสวยและสงบจริง ๆ และขยับเลยไปอีกนิดจะมีสะพานปลาปั่นเข้าไปชมวิวทะเลได้อีกมุม

ทุ่งวัวแล่นไม่แวะไม่ได้

หาดทุ่งวัวแล่นเป็นหาดที่มีถนนเลียบยาวคู่กันไปประมาณ 2 กิโลเมตร แถวนี้จะคึกคักขึ้นมาหน่อยมีร้านค้า และที่พักอยู่เป็นระยะ ๆ หาดสวยสะอาดไม่แพ้สะพลี  เราแวะแถวนี้กันหลายจุดต้องปั่นไปหยุดไปกันตลอดทางจนตากล้องหันมายิ้มหวานใส่และคงคิดในใจมันจะหยุดอะไรกันนักหนา ขอยอมรับแต่โดยดีว่าอดใจไม่ไหวจริง ๆ กับวิวตรงหน้า ถ้าไม่ติดเรื่องเวลาจะขอนอนแถวนี้ทิ้งตัวนั่งโง่ ๆ มองทะเลอีกสักคืนก็ไม่เลว หากปั่นมาจากสะพลีอย่าได้พลาดมุมสวย ๆ ตรงอาคาร Lifeguard แถว ๆ หัวถนนสวยไม่เบาทีเดียว

ถนนเลียบชายหาดที่หาดทุ่งวัวแล่น
ถนนเนียน

หลังจากที่เรามุ่งหน้าออกจากหาดทุ่งวัวแล่น เราก็ปั่นลัดเลาะผ่านสวนมะพร้าวบ้าง สวนปาล์มบ้าง โดยรวมถือว่ารถน้อยปั่นง่าย มีเนินซึม ๆ บ้างเล็กน้อย บางจุดถนนสวยมาก อย่างตรงเส้นที่มุ่งหน้าไปจุดชมวิวแหลมหัวโม่ง-คอกวาง เส้นก่อนขึ้นสะพานข้ามคลองพนังตัก พวกเราถึงกับต้องจอดถ่ายรูปเพื่อเก็บความงดงามของถนนที่คดเคี้ยวเสียหน่อย และตอนนี้เราปั่นกันมาน่าจะยี่สิบกว่ากิโลเห็นจะได้ น้ำในกระบอกเราแทบเกลี้ยงแล้ว ถนนข้างหน้าถึงจะสวยก็จริง ดูจากสายตาแล้วนั่นคือทางเนิน มันอาจไม่ชันมาก แต่ก็ยาวพอที่ทำให้พวกเราหมดแรงก่อนไปถึงกลางสะพานหรือถ้าดันกันต่อไป เราสองคนที่เสียเหงื่อไปเยอะแล้ว เจอเข้ากับความระอุของแดดประเทศไทยอีก อาจจะช็อคตายกันกลางทางก็ได้ พวกเราควรต้องหยุดพักกันเสียหน่อย โชคดีที่แถวนี้พอจะมีร้านกาแฟที่ให้พอได้เพิ่งพิงดับกระหายคลายร้อนได้มาก

เส้นทางมุ่งหน้าไปสะพานพนังตัก
อากาศบังคับให้เราต้องพักที่ร้านกาแฟริมทาง

เครื่องดื่มตระกูลน้ำหวานโซดาเป็นอะไรที่สุดวิเศษสำหรับช่วงเวลานี้ เราทั้งคู่ซัดกันไปคนละสองแก้ว สักครู่เสียงหอบค่อย ๆ เงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นบทสนทนาแทน ผมกับพี่ตู่ก็ได้คุยกันถึงเรื่องของถนนที่ชุมพร และมีความเห็นตรงกันว่าตั้งแต่จุดเริ่มตรงเขาดินสอ ลงมาถนนใหญ่ เลี้ยวเข้าถนนย่อย ซ่อกแซ่กลัดเลาะไปเรื่อย ถนนที่นี่มันเนียนกริ้บ และกว้าง หลายจุดมีไหล่ทางสำหรับรถเล็ก และให้คนเดินไปมาสัญจรได้อย่างสะดวก ผมแอบฝันว่าหากบ้านเรามีถนนดีแบบนี้เชื่อมต่อกันทั้งประเทศ มันคงจะเจ๋งมากเราคงได้ปั่นจักรยานกันรอบประเทศเหมือนเนเธอร์แลนด์อะไรแบบนั้นมันคงมีความสุขน่าดู ในขณะที่ผมเพิ่งเริ่มฝันไม่เท่าไหร่ พี่ตู่ก็สะกิดให้ตื่นแล้วบอกให้ปั่นกันต่อ…

วิวดีที่คลองหนองใหญ่

พอเราถึงจุดชมวิวแหลมหัวโม่ง-คอกวาง พวกเราต้องย้อนกลับทางเดิมกันสักนิดมุ่งหน้ากลับไปตรงแยกระหว่าง ‘คลองพนังตัก และคลองหนองใหญ่’ เพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศริมคลองของที่นี่ “คลองหนองใหญ่” หรือแก้มลิงหนองใหญ่ เป็นคลองขุดที่มาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อกักน้ำไว้ป้องกันการเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบที่จังหวัดชุมพรประสบมาเป็นประจำ แถวนี้ถือว่าเป็นถนนสุดป๊อป ที่บรรดาเหล่าสิงนักปั่นหลายรุ่นนิยมมาออกกำลังกันที่ถนนเส้นเลียบคลองทั้งสองฝั่งนี้ ในแต่ละฝั่งจะเป็นเลนถนนสวนกัน รถไม่เยอะมากปั่นง่ายสบาย ๆ

เส้นทางเลียบคลองหนองใหญ่ แหล่งยอดนิยมของชาวสองล้อพลังน่อง

บรรยากาศแถวนี้แอบได้ฟิลญี่ปุ่นนิด ๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะมุมที่เห็นสะพานรถไฟนี่ไม่หยุดถ่ายรูปไม่ได้เลย เราแวะกันริมทางกันเล็กน้อย หลังจากนั้นทริปของเราก็ไปสิ้นสุดตรง “สะพานไม้เคี่ยม” ที่นี่คือพื้นที่แก้มลิงเป็นบึงขนาดใหญ่ มีสะพานไม้ ที่ทำจาก “ไม้เคี่ยม” ไม้เนื้อแข็งทนทานที่พบมากแถวภาคใต้ เลยเป็นที่มาของชื่อจุดชมวิวนี้ ด้วยทัศนียภาพแปลกตาเลยทำให้ที่นี่เป็นที่ผู้คนนิยมมาพักผ่อนเดินเล่นกันในตอนเย็น ๆ

สะพานชมกวาง อยู่ใกล้กันกับสะพานไม้เคี่ยม
ร้านขายต้นไม้บริเวณสะพานไม้เคี่ยม
เจ้าเหมียวในดงต้นบอน
อิจฉา

หลังจากที่พวกเราได้ลองปั่นจักรยานกันในชุมพรหนึ่งวัน ก็พบว่าจังหวัดนี้เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เหมาะกับกิจกรรมปั่นจักรยานมากที่สุด มีที่ถนนดี มีวิวสวย และยังมีสถานที่ให้แวะเยอะแยะมากมาย จนผมกับพี่ตู่รู้สึกอิจฉาคนที่นี่ขึ้นมาทันที ในความเป็นมนุษย์เมืองของพวกเราที่ใช้ชีวิตแบบแดกด่วนรีบเร่งเกินไปจนบางทีติดเป็นนิสัยไม่รู้ตัว ตื่นมาต้องเจอกับรถติดชวนหงุดหงิดตั้งแต่หน้าบ้านแทบทุกวัน พอได้ลองใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบไปตามใจปรารถนา

การวางแผนกันแบบหลวม ๆ เออ มันก็เข้าท่าดี เหมือนได้สำรอกเอาสิ่งที่รีบเร่งเคร่งเครียดออกไปได้บ้าง และคิดว่าการมาปั่นจักรยานที่ “ชุมพร” ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ ๆ มันต้องมีซ้ำ ยังมีหาดทราย และวิวสวย ๆ ที่ควรไปอีกหลายที่หากคุณได้มีโอกาสมาพักที่เมืองนี้อย่าลืมหาจักรยานสักคันใส่ท้ายรถมาด้วยนะครับ รับรองว่าประทับใจแน่นอน…

EXPLORERS : ตู่, บาส

AUTHOR : บาส – บดินทร์ บำบัดนรภัย

PHOTOGRAPHERS : จี๊ด-ฤทธิรงค์ จันทองสุข, เช-วิจักขณ์ ศรีภา