‘เกาะลันตา-ทุ่งหยีเพ็ง-เกาะรอก’ สัมผัสวิถีชุมชนที่คุณจะเสียดายถ้าพลาดไป
เคยนั่งมองทะเลนานๆไหม ทุกครั้งที่มาทะเล ผมมักจะปล่อยเวลาไปกับการนั่งมองทะเล ฟังเสียงคลื่นอยู่นานสองนาน บางครั้งก็สงสัยว่าคนที่มีบ้านอยู่ติดทะเลแบบที่ตื่นขึ้นมาก็เห็นทะเลเลย เค้าจะรู้สึกแบบไหน ถ้าเป็นเราต้องมาอยู่ทะเลแบบนี้ตลอดไป เรายังจะหลงรักทะเล และนั่งฟังเสียงคลื่นแบบนี้อยู่หรือไม่
เส้นทางมุ่งสู่เกาะลันตาครั้งนี้ ผมพยายามคิดว่ามันยังมีตรงไหนที่เราอยากไป หรือยังไม่ได้ไปบ้าง และจากที่คุยกับทีมงานที่เดินทางมาด้วยกันครั้งนี้ คงเป็นผมที่มาเกาะลันตาบ่อยกว่าใคร แต่ก็ใช่ว่าจะไปทุกที่เหมือนคนอื่นๆ
จ.กระบี่มักจะเป็นแหล่งพักพิงทุกครั้งสำหรับผมเวลามาพักผ่อนส่วนตัว เมื่อพูดถึงเมืองทางชายฝั่งตะวันตกไล่ตั้งแต่ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ในความคิดผม ๆคิดว่าแต่ละเมืองจะมีบุคลิกที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และธรรมชาติ ทำให้ในทุกๆ เมืองสามารถเที่ยวซ้ำๆได้ อย่างเช่นกระบี่ ที่เที่ยวกี่ทีก็ไม่เบื่อ การกลับมาครั้งนี้ผมลองมาสำรวจบางมุม บางสถานที่แบบเจาะลึกมากกว่าการเดินทางท่องเที่ยวแบบผ่าน ๆ แต่ขอลงไปสัมผัสแบบให้เข้าถึงๆคนพื้นที่จริงๆ และเชื่อไหมว่าการท่องเที่ยวแบบนี้มันเข้าถึงวิถีชีวิตของพวกเขาได้พบ ได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสในยามปกติ ตามมาครับว่าผมจะพาไปเที่ยวที่ไหนบ้างแล้วจะเจออะไร



ชุมชนเมืองเก่าลันตา
ภาพจำของการมาเที่ยวเกาะลันตาอาจเป็นการพักผ่อนในรีสอร์ตหรูริมหาด แต่ถ้าคุณยอมสละเวลาช่วงบ่าย ๆ ลองเดินเล่นเข้ามาใน ชุมชนเมืองเก่าลันตา (Lanta Old Town) เชื่อว่าคุณจะพบกับอีกโลกหนึ่งที่กาลเวลาเดินช้าลง

ที่นี่คืออดีตเมืองท่าเรือศูนย์กลางการค้าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ปัจจุบันยังคงทำหน้าที่เป็นย่านเมืองเก่าที่มีลมหายใจ บอกเล่าเรื่องราวการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวของชาวไทยพุทธ มุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน สถาปัตยกรรมห้องแถวไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี ที่เรียงรายขนานไปกับถนนสายเล็กๆ คือเสน่ห์ที่ชวนให้ยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ ยิ่งเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย จะเห็นตัวบ้านที่ยื่นเสาล้ำลงไปในผืนทะเลเพื่อรับลม
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มทอดตัวต่ำลงแสงจากโคมไฟก็เริ่มทำงาน ความงดงาม คึกคักในยามค่ำคืนจะปรากฏชัดขึ้น เป็นช่วงเวลาที่สายถ่ายภาพทุกคนจะต้องตกหลุมรัก เป็นความโรแมนติกสุดคลาสสิกที่คุณจะได้ยินเพียงเสียงคลื่นเบาๆ เป็นดนตรีประกอบ


หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทุ่งหยีเพ็ง
จากความคลาสสิกของเมืองเก่าลันตา ผมเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่ความสงบร่มรื่นของป่าชายเลนที่ “ชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง” ชุมชนมุสลิมดั้งเดิมที่สืบเชื้อสายมาจาก “โต๊ะหยีเพ็ง” บรรพบุรุษที่ล่องเรือมาตั้งรกรากเมื่อกว่าศตวรรษก่อน ชาวบ้านที่นี่ยังคงรักษาวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านและการทำสวนยางพารา ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ฟื้นฟูดูแลป่าชายเลนจนกลับมาอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยปูก้ามดาบและหอยตาแดง

ไฮไลต์ของการมาเยือนทุ่งหยีเพ็งคือ การลงเรือแจวโบราณ หรือพายคายัคซึมซับธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ไปตามจังหวะของ “สายน้ำสามเวลา”
- เวลาเช้าตรู่ นาทีทองของการเริ่มต้นวัน ล่องเรือผ่าม่านหมอกบางๆ เหนือผืนน้ำ เพื่อรับแสงแรกของวัน เป็นช่วงเวลาที่แสงนุ่มนวลและธรรมชาติเงียบสงบที่สุด เหมาะแก่การถ่ายภาพและซึมซับพลังงานดีๆ
- เวลากลางวัน เมื่อแดดเริ่มจัดจ้าน ป่าชายเลนจะเล่นแสงสะท้อนกับผืนน้ำ เปลี่ยนอุโมงค์โกงกางให้ดูเป็นสีทองอร่ามตา เราจะได้เห็นวิถีชีวิตการเลี้ยงปลาในกระชัง และความมีชีวิตชีวาของระบบนิเวศ
- ช่วงค่ำ เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศจะถูกแทนที่ด้วยทริปล่องเรือชมจันทร์ ความเงียบสงบที่ถูกขับกล่อมด้วยแสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำ มอบประสบการณ์สุดโรแมนติกที่หาจากที่ไหนไม่ได้

Local Food ห้ามพลาด มาสัมผัสวิถีชุมชนทั้งที เมนูเด็ดกระบี่ที่ต้องจดไว้ในลิสต์คือมื้อเช้า ข้าวเหนียวกับปลากระบอก ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวดำสังขยา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
มาถึงบนเกาะลันตาทั้งที สายสำรวจแบบเราไม่พลาดแน่นอนที่จะขอมาเยี่ยมชมพื้นที่ธรรมชาติบนเกาะลันตาครับ นอกจากเป็นจุดเช็กอินให้คนอื่นรู้ว่าเรามาเกาะลันตาจริงกับประภาคารปัชโชติวชิราภา ประภาคารสีขาวเด่นตระหง่าน ที่นี่มีเส้นทางเดินเทรลสั้นๆ และที่สำคัญการพบเจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ ซึ่งการพบเจอสัตว์ป่าเช่นนี้มันสามารถบ่งบอกได้ถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของผืนป่า

มากไปกว่านั้นที่นี่เขามี “โครงการคืนบ้านให้ปูเสฉวน” โครงการนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “2025 Green Destinations Top 100 Stories” ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่มีความสำคัญด้วยการใช้พลังความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ เอกชน และนักท่องเที่ยว ในการฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านการบริจาคเปลือกหอย ซึ่งเป็นทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

เมื่อเปลือกหอยตามธรรมชาติลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวเก็บกลับบ้าน ชาวบ้านเก็บไปทำเครื่องประดับขายเลี้ยงชีพ วันที่ปูเสฉวนโตขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเปลือกหอยให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเปลือกหอยลดลง ปูเสฉวนก็ต้องเลือกบ้านเพื่อความอยู่รอดด้วยการไปอยู่ในกระป๋องบ้าง ขวดบ้าง จนกลายเป็นภาพที่ไม่น่ามอง ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาจึงชวนและช่วยกันทำโครงการคืนบ้านดังกล่าว


อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะรอก สัมผัสความบริสุทธิ์ของ “ราชินีแห่งอันดามัน”
เมื่อมาถึงเกาะลันตาแล้ว ผมขอนำเสนอ เกาะรอก ดินแดนที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งอันดามัน” การเดินทางมาเที่ยวลันตาจะไม่สมบูรณ์แบบเลยหากไม่ได้แวะมาทักทายความสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่นี่



เกาะรอกตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งมีทั้งเกาะรอกใน และเกาะรอกนอก เปรียบเสมือนสวรรค์ของคนรักการดำน้ำ น้ำทะเลใสเห็นปลาและพื้นทะเล แนวปะการังที่ทอดตัวยาวรอบเกาะคือบ้านของสรรพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นดงดอกไม้ทะเล ฝูงปลาการ์ตูน หรือปะการังอ่อนหลากสีสันในจุดดำน้ำลึก สำหรับคนที่ไม่ถนัดโลกใต้น้ำ เกาะรอกยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนเกาะ ให้คุณได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และบันทึกภาพหาดทรายขาวละเอียดที่ยังคงความดิบและบริสุทธิ์ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

วิถีมุสลิมที่ตำบลเกาะกลาง
ก่อนเดินทางกลับ ผมขอแนะนำอีกสถานที่หนึ่ง คือตำบลเกาะกลาง ที่นี่เป็นชุมชนของชาวมุสลิมโดยแท้ ที่ตำบลนี้มี 10 หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านมีเอกลักษณ์และธรรมชาติต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครมาเที่ยวที่นี่อย่างจริงจัง เป็นแค่ชุมชนผ่านไปยังเกาะลันตา ทั้งๆที่ชุมชนนี้ขึ้นอยู่กับอำเภอเกาะลันตา


คราวนี้ผมขอนำเสนอสองหมู่บ้านก่อน ที่หมู่ 2 บ้านร่าหมาดเป็นหมู่ที่มีความโดดเด่นเรื่องของศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น อย่างเช่นลิเกป่า รองเง็ง กาหยง (เป็นการแสดงศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่ง ที่สืบสายมาจากมาเลเซีย) มะโย่ง ศิลปะการร่ายรำที่ผสมผสานพิธีกรรมและความเชื่อ และหัตถกรรมจักสานเตยปาหนัน จนถึงกาแฟโบราณที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อเรียกว่า “โกปี๊”


ส่วนหมู่ 3 บ้านปากคลองนั้นมีธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้บนเกาะลันตาเลย ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล ที่มีชายหาดยาวที่สุดในจังหวัดกระบี่ ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งถึง 7 กิโลเมตร และเป็นที่ตั้งของโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีกลุ่มผ้าทอทุ่งทะเล ที่เกิดจาก พระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งเสริมให้สตรีชาวมุสลิมในชุมชนมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น
คุณสามารถเข้ามาชมและเลือกซื้อผ้าทอที่มีลวดลายที่สวยงามจากธรรมชาติอย่างดอกเตยปาหนันที่ศูนย์ได้ทุกวัน หรือโทรสอบถามประธานกลุ่มจักสานเตยปาหนันบ้านร่าหมาด
คุณวารุณี ห้าหวา 0987435935
การเดินทางกลับมากระบี่ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ทะเลใต้ไม่เคยหยุดนิ่งและมีมุมมองใหม่ๆ ซ่อนอยู่เสมอ การก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคยในรีสอร์ต มานั่งคุยกับคนในชุมชน ชิมอาหารพื้นถิ่น และซึมซับธรรมชาติอย่างที่มันเป็น ทำให้เรารู้จักกระบี่ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น… และนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ “เที่ยวกระบี่… กี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ”
ข้อมูลติดต่อสำหรับการเดินทางเที่ยวชุมชน:
- ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง: สอบถามรายละเอียดทริปล่องเรือแจวโบราณ
(สายน้ำสามเวลา) โฮมสเตย์ และอาหารท้องถิ่น โทร. 08-9590-9173 - อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (สอบถามข้อมูลดำน้ำเกาะรอก): โทร. 075-656-576
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook : TAT Krabi
Website: www.tourismthailand.org
EXPLORER/AUTHOR: ตู่-ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
PHOTOGRAPHER: ต้น-ศุภกร ศรีสกุล

