เคยไหมเวลาเราไปเจอสถานที่เที่ยวลับ ๆ แล้วไม่อยากบอกใครจนอยากเก็บไว้เที่ยวคนเดียว บางครั้งผมก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันเหมือนกับที่ผมไปพบเจอมาคราวนี้ที่ ชุมชนบ้านหัวหิน จังหวัดตรัง

จะว่าไปสถานที่นี้ก็ไม่ได้จัดว่าเป็นที่ลับอะไรมากมาย มันเป็นเพียงชายหาดธรรมดาที่อยู่บริเวณชุมชนบ้านหัวหิน จังหวัดตรังชุมชนประมงเล็ก ๆ ที่สุดแสนสงบ ไม่วุ่นวาย และมีวิถีชีวิตเรียบง่าย จุดที่ผมไปนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่ชาวบ้านที่แล่นเรือผ่านเวลาออกไปหาปลา มันไม่ถึงกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอะไรมากนัก ยังไม่มีใครปักหมุดในแผนที่เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยการเชื้อเชิญของรุ่นพี่เจ้าถิ่นผมเลยได้ลองออกตระเวนแถวนี้แล้วก็พบเข้ากับจุดแคมป์ที่มีวิวเป็นทะเลอันดามัน เป็นจุดชมแสงเย็นสวยไม่แพ้ที่ไหน จนรู้สึกว่าเอามาเล่าให้ฟังดีกว่าเก็บไว้คนเดียว….
ต้องยอมรับว่าทะเลตรังนั้นสวยจริงถ้าใครเคยไปมาแล้วคงทราบดี ผมเคยใช้วันลาหยุดพักร้อนตามประสามนุษย์เงินเดือนแบบเต็มแม็กสองสามครั้งที่จังหวัดตรัง ด้วยการล่องเรือเที่ยวไปตามเกาะยอดนิยมอย่างเดียวยันวันกลับจนไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวที่อื่นเสียเท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าทะเล หาดทราย สายลม และแสงแดดที่นั่นมันรวมกันเป็นองค์ประกอบที่งดงามลงตัว สร้างความประทับใจเสียจนผมสามารถไปซ้ำได้ไม่มีเบื่อ


คราวนี้ผมกลับไปที่นั่นอีกครั้งโดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก มีวิวไม่ซ้ำใคร สวย และสงบ แต่ต้องไม่ห่างจากฝั่งมากนัก ด้วยความที่ไม่อยากใช้เวลาล่องเรือออกไปไกล ๆ เพราะต้องการลองตระเวนเที่ยวที่อื่นแถบชายฝั่งดูบ้าง และเป็นไปได้ก็ขอปักเต็นท์ที่หาดสวย ๆ นั่งเล่นสักวัน
สำหรับความต้องการของผมในครั้งนี้ดูเหมือนมีเส้นบาง ๆ กั้นระหว่างคำว่าโจทย์ยาก กับความเรื่องมากของผมเอง แน่นอนครับเพื่อน ๆ ล้วนลงความเห็นว่าเป็นอย่างหลัง….. “มึงเรื่องมาก”
แต่ในความเรื่องมากก็มีความโชคดี ที่ผมมีรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นคนเจ้าถิ่นที่พอจะชี้เป้าให้ได้ว่าตรงไหนคือคำตอบที่ผมอยากได้

หาดไม่ลับสุดสงบ
ครั้งนี้ผมไม่ได้แล่นเรือออกไปไกลถึงเกาะไหน ๆ เลย ผมกลับมาปักหลักอยู่ที่หาดชายฝั่งแถว ๆ ชุมชนบ้านหัวหินที่อำเภอสิเกา และที่สำคัญมันอยู่ใก้ลอย่างที่ผมต้องการ เพียงใช้เวลาแล่นเรือไปประมาณห้านาที แบบเครื่องยังไม่ทันร้อนก็ถึงแล้ว ซึ่งก็ดีครับประหยัดทั้งเวลา และประหยัดทั้งน้ำมันที่ราคากำลังขึ้นกระฉูดในช่วงเวลานี้ เราไม่จำเป็นต้องไปไหนไกลถ้าที่ใกล้ ๆ มันสวยพอ
“ตรงนี้ชื่อหาดอะไรครับ” ผมถามรุ่นพี่เจ้าถิ่น “ไม่มีชื่อว่ะ แต่เราก็เรียกกันเองว่าแหลมสน” เจ้าถิ่นตอบปนน้ำเสียงหัวเราะ ที่มาของชื่อก็ตรงไปตรงมาตามนั้น มันคือหาดแหลม ๆ ที่ด้านหลังเป็นป่าสนต้นสูงทึบ
“ตรงนี้ไม่เคยมีคนมากางเต็นท์นอนหรอก มีแต่ชาวบ้านแล่นเรือผ่านก็มีแวะบ้างถ้าจะนอนก็นอนได้”ได้ยินแบบนี้ยิ่งเป็นการการันตีว่ามันต้องเป็นจุดหมายใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครมา เหมือนอย่างที่ผมต้องการ“อย่างนั้นก็ลุยเลยครับ” ผมรีบตอบออกไปพร้อมพยักหน้าหงึก ๆ ด้วยอาการตื่นเต้นแบบเก็บเอาไว้ไม่อยู่





แถวนี้เป็นหาดเล็ก ๆ มีทรายละเอียดบนเปลือกหอยมากมาย ถึงแม้จะเป็นชายฝั่งแต่ก็ไม่มีถนนให้เข้าถึง ถ้าจะมาก็ต้องใช้วิธีการนั่งเรือเท่านั้น แล้วมันก็ไม่ได้อยู่ในหมุดจุดเช็คอินของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมกับเขา นาน ๆ สักทีจะมีคนหลงแวะมาบ้าง ด้วยเหตุนี้มันเลยสงบ ไร้ผู้คน จะมีก็แต่เรือของชาวบ้านที่ออกไปหาปลาต้องผ่านแถวนี้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครจอดแวะกันเสียเท่าไหร่
ถึงจะมีเรือชาวบ้านแล่นผ่านกันเรื่อย ๆ ก็จริงอยู่แต่มันก็ดูสงบพอจนได้ยินบรรดานกส่งเสียงกันระงมอยู่หลังป่าสน และเห็นนกทะเลเดินอย่างสบายใจหาหอยหาปูอยู่ตามหาด
แคมป์ที่หาดอย่าพลาดสมอทราย
ก่อนจะยกข้าวของลงจากเรือผมเล็งมุมอยู่พักใหญ่กับการดูว่าเราจะสามารถแคมป์ตรงนี้ได้จริงหรือไม่ แน่นอนว่าการแคมป์ริมหาดสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือระดับน้ำทะเลมันจะขึ้นถึงไหนอันนี้ต้องเช็คให้แน่ใจก่อน หลังจากนั้นก็ต้องดูเรื่องกระแสลม ชายหาดไม่เหมือนในป่าที่มีต้นไม้คอยบังลม ตรงนี้โล่งกว่ามาก และมีกระแสลมแรงต่อเนื่องเต็นท์อาจมีสิทธิ์ลอยเป็นว่าวได้เลยถ้าไม่ได้ใช้สมอทรายด้ามยาวคอยยึดไว้ทุกมุม ต้องทุกมุมนะครับอย่าชะล่าใจบางมุมผมก็ใช้ถึง 2 ชิ้นเลยทีเดียวเพื่อความมั่นใจ อย่าเห็นว่าลมไม่แรงเลยปล่อยผ่านสบาย ๆ ให้เตรียมรับมือไว้ก่อนดีกว่า
ถึงลมมันไม่แรงตอนนี้แต่ถ้ามันแรงตอนตีสองตีสามขึ้นมาคราวนี้ก็หนังชีวิตเลยนะครับ คิดดูว่าถ้าเกิดนอน ๆ อยู่แล้วลมแรงจนเต็นท์โยกชิ้นส่วนกระจุยกระจายขึ้นมาล่ะยุ่งเลย ผมเลือกหันให้ทางลมพัดเข้าเต็นท์ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เต็นท์ต้านลมมากเกินไป และอยากให้มันโปร่ง ๆ ให้อากาศได้ระบายเสียหน่อยในฤดูระอุแบบนี้


การนอนแคมป์ที่ชายหาดไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบการเดินป่าอยู่แล้วมันแทบจะปฏิบัติตัวไม่ต่างกันทั้งเรื่องกิน นอน หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำธรรมชาติ นี่อาจเป็นข้อดีที่ได้จากการเดินป่าของผม มีอุปกรณ์พร้อม และการเตรียมตัวมาอย่างดี หากเราใช้ชีวิตให้กินง่ายอยู่ง่ายเข้าไว้ทุกที่เราก็สามารถนอนได้หมดครับพูดจริง ๆ
ที่เที่ยวนอกกระแสไม่ใช่ไม่สวย
ด้วยความที่มีคนรู้จักเป็นคนพื้นที่ก็ทำให้การท่องเที่ยวง่าย และลึกซึ้งขึ้นเป็นกอง เราได้พบกับประสบการณ์พร้อมสถานที่ใหม่ ๆ มากมาย หลังจากที่ผมวนเวียนแถวชุมชนบ้านหัวหินอยู่สองสามวัน ก็ทำให้ได้เห็นว่าบริเวณนี้ก็มีหาดสวย ๆ วิวดี ๆ อยู่พอสมควร และถนนหนทางก็น่าเอาจักรยานมาปั่นมาก
ผมได้กินแกงเผ็ดปลาดุกทะเลที่ระดับความสดของปลาคือขึ้นจากเรือมาก็ตรงเข้าครัวเลย ความเผ็ดนัวของมันตัดกันดีกับความหวานอ่อน ๆ ของไข่พะโล้ ผสมกับสัมผัสกรอบกรุ่บกรั่บอลม่านอยู่ในปากของปลาตาโตแดดเดียวทอด บอกเลยว่าอาหารบ้าน ๆ แบบนี้รสชาติถึงเครื่องเมืองตรังเลยครับ “หร่อยได้แรงอ๊ก!”

กินคู่กับยอดกระโดนที่มีรสชาติออกฝาดนิด ๆ แต่เข้ากันดีกับทุกเมนู

พวกเราเบิ้ลข้าวเพลินกันสองสามจานจนลืมชวนเจ้าของบ้านกินด้วย มื้อเย็นที่พวกผมกำลังโซ้ยกันหนุ่บหนั่บนี้ก็ไม่ใช่ว่ามาจากร้านอาหารที่ไหน แต่มาจากพี่ ๆ ชาวบ้านเขานี่แหละกินกันบนบ้านเขา กับข้าวเขาก็ใจดีทำเผื่อมาให้แขกอย่างพวกเรากิน นี่แหละครับความดีงามของการมีคนพาเที่ยวเป็นคนพื้นที่อยู่ดีกินอร่อย






หากอยากไปเที่ยวตามบ้างจะต้องติดต่อใครอย่างไร ก็ต้องบอกกันตามตรงว่าที่ชุมชนบ้านหัวหินยังไม่ได้มีกิจกรรมท่องเที่ยวใด ๆ เป็นจริงเป็นจัง แม้แต่หมุดปักในแผนที่ก็ยังไม่มีเลย มันเหมือนครั้งนี้ผมมาเที่ยวบ้านเพื่อนเสียมากกว่า แต่ด้วยความเป็นมิตรของผู้คน และศักยภาพของพื้นที่ดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นหมุดหมายอีกแห่งที่ถูกปักลงในแผนที่การท่องเที่ยวของจังหวัดตรังได้อย่างสบาย ๆ รับรองว่าหากใครมาจะต้องได้ความประทับใจกลับไปเหมือนกับผมเช่นกัน ในอนาคตมีความคืบหน้าอย่างไรเกี่ยวกับการท่องเที่ยวชุมชนนี้สัญญาว่าจะมาอัพเดทให้แน่นอน
บางครั้งความงาม และความประทับใจอาจไม่ได้อยู่ในจุดเช็คอินสุดฮิต หรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเสมอไป ลองแบ่งเวลาแบ่งใจให้กับข้างทางดูบ้างไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้พบเข้ากับสถานที่ลับ ๆ สวย ๆ ซ่อนตัวอยู่ก็ได้ การเดินทางไปในสถานที่นอกกระแสแบบที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย เหมือนเป็นการพาเราไปพบกับสิ่งประหลาดใจเหนือความคาดหมายอยู่ตลอดเวลา หากเปรียบเทียบการท่องเที่ยวของผมในครั้งนี้เป็นการจับกล่องสุ่มอาร์ตทอย มันเหมือนผมเปิดได้ตัวซีเคร็ทเลยล่ะ….กรี๊ดดดด
EXPLORERS: บาส, ออโต้
AUTHOR: บาส – บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER: ออโต้ – ณัฐวรรธน์ ไทยเสน

