Type and press Enter.

กันตัง โอลด์ทาวน์ เดินเล่นจนเป็นเรื่อง

เสน่ห์ของ กันตัง เมืองเก่าที่ยังคงอยู่แม้ผ่านกลาเวลามาเนิ่นนาน ในบางมุมมันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปในอดีตเลยทีเดียว

ร้านค้าริมทางที่ได้บรรยากาศเมืองเก่า

ผมคิดว่าเมืองไทยบ้านเรายังคงอุดมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ตามต่างจังหวัดเรายังสามารถพบเห็นร่องรอยของวิถีชีวิต และบรรยากาศในสมัยอดีตผ่านตึกรามบ้านช่อง เมนูอาหาร และสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งในบางสถานที่นั้นยังคงมีอยู่ด้วยความสมบูรณ์แม้ผ่านกลาเวลามาเนิ่นนาน ในบางมุมมันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปในอดีตเลยทีเดียว

กันตัง คือเมืองหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสใช้เวลาครึ่งวันเช้าเดินเที่ยวโดยมีเจ้าถิ่นนำทาง ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้ผมพอที่จะหลงเสน่ห์เมืองนี้เข้าอย่างเต็มเปา แต่ก่อนที่พวกเราจะเดินเตร่กัน อาร์ม สหายเจ้าถิ่นเอ่ยปากชวนผมหาติ่มซำกินเป็นอาหารเช้ากันก่อน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่มาที่ตรัง มื้อนี้เป็นการกินติ่มซำรอบที่เท่าไหร่แล้ว แต่ด้วยความหลากหลายของมันเลยทำให้ผมกินมันได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ แล้วก็สังเกตได้ว่าหากดูผ่าน ๆ  ทุกร้านก็จะมีเมนูคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เลยถ้าหากคุณสังเกตดี ๆ แต่ละร้านไม่เหมือนกัน ถึงจะดูแล้วคล้ายกันก็จริงแต่ยังไงก็ไม่เหมือนกัน 

เป็นอาหารเช้าที่หลากหลายจริง ๆ
ติ่มซำร้านโกดำที่เจ้าถิ่นแนะนำ
ปาท่องโก๋กับสังขยาสไตล์เมืองตรังที่ร้านโกดำกันตัง

เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาร้านติ่มซำหมูย่างที่จังหวัดตรังล่ะก็ผมบอกได้เลยมีทุกถนน และส่วนใหญ่ร้านนั้นจะเป็นร้านเก่าแก่หมดตั้งแต่ระดับ 20 ปีขึ้นไปจนถึงเปลี่ยนเจนเนอเรชั่นเป็นลำดับที่สามแล้วก็มี เลือกได้เลยว่าคุณชอบบรรยากาศแบบไหน แต่สำหรับเจ้าถิ่นอย่างอาร์มขอเลือกร้าน “โกดำ” ที่เขากินประจำตั้งแต่เด็ก ส่วนผมใครพาไปไหนก็ไป กินอะไรก็ได้ใจง่ายอยู่แล้ว ใครจะไปปฏิเสธอาหารเช้าได้ลง…

 เมืองเก่ากันตัง

ในอดีต ‘กันตัง’ เคยเป็นเมืองตรังดั้งเดิมมาก่อน หรือให้เข้าใจโดยง่ายก็คือเรียกว่าเป็นศูนย์กลางของจังหวัดมาก่อน เนื่องจากเป็นเมืองติดทะเลเลยทำให้เกิดการค้าขายทางเรือกับต่างชาติอย่างคึกคักทำให้กลายเป็นเมืองท่าอีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญในฝั่งมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางน้ำด้วย หากลองนึกย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2433 เราคงเห็นบรรยากาศแถวนี้คึกคักน่าดู คร่าคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ มีการย้ายถิ่นฐานจากที่อื่นมาอาศัยอยู่ที่นี่โดยเฉพาะชาว จีนฮกเกียน และแต้จิ๋ว

บรรยากาศเมืองท่า

จากวัฒนธรรมต่างถิ่นผสานเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบลูกผสมที่สะท้อนผ่านรูปแบบของอาหาร การแต่งกาย งานสถาปัตยกรรม ยกตัวอย่างเช่นการดื่มชา กาแฟในตอนเช้าพร้อมหมูย่าง และติ่มซำ มีเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน การมีศาลเจ้า รวมถึงผู้คนที่มีเชื้อสายผสมระหว่างคนเชื้อสายจีน กับเชื้อสายมลายู กลายเป็นชาวเปอรานากันชาวพื้นเมืองที่มีรูปแบบการดำรงชีวิตที่มีเอกลักษณ์

ด้วยความเป็นเมืองที่มีความสำคัญจึงเกิดการสร้างเส้นทางรถไฟมาที่เมืองกันตังเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางขึ้น และรองรับการขนส่งสินค้าในปริมาณมาก เรียกว่ากันตังในยุคนั้นเป็นเมืองที่โดดเด่นไม่แพ้เมืองไหน ๆ เลย แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าเมืองกันตังมีทำเลที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่ม และอาจได้รับผลกระทบจากภัยสงครามในอนาคต โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือการมีเรือลาดตระเวนของเยอรมันได้ยิงถล่มเมืองปีนังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เผื่อเลี่ยงไม่ให้อยู่ในจุดเสี่ยงเลยมีแนวคิดย้ายเมืองหลักแห่งนี้ ไปที่อำเภอเมืองตรังในปัจจุบัน 

ในปัจจุบันกันตังเป็นเมืองที่สงบเงียบเรียบง่ายไม่คึกคักอย่างอดีต แต่ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเมืองท่าที่สำคัญของจังหวัดตรังอยู่เช่นเดิมโดยมีการขนส่งสินค้าทางเรือเช่น ตู้คอนเทนเนอร์ ยางพารา ไม้ยางพาราแปรรูป แร่ยิปซัม และถ่านหิน เชื่อมต่อไปยังปีนังอย่างต่อเนื่อง และเมืองนี้ยังคงมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ปะปนอยู่ร่วมกันในวิถีชีวิตปัจจุบันอย่างกลมกลืน 

ท่องโอลด์ทาวน์

เพียงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในครึ่งเช้าของพวกเราเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเดินเล่นซ่อกแซ่กในเมืองในได้หมด แต่ด้วยความโชคดีที่ครั้งนี้เรามีเจ้าถิ่นอย่างอาร์มคอยชี้เป้าให้ว่าพวกเราควรไปจุดไหนบ้าง ถือเป็นการช็อตคัทได้อย่างดีทีเดียว โดยผมมีความต้องการนิดหน่อยว่าถึงจะเก็บได้ไม่หมดทุกที่แต่ก็ไม่อยากพลาดสถานที่สำคัญ ยังมีเวลาพอเดินชมความเป็นเมืองเก่าได้บ้าง และมีกาแฟดี ๆ ให้กิน เอาเท่านี้แหละ… อาร์มนิ่งไปสักพักเหมือนคอมพิวเตอร์ในหัวกำลังประมวลผลออกแบบเส้นทางที่ดีที่สุดให้กับคนต่างถิ่นเรื่องเยอะแบบผม…“งั้นที่แรกที่พี่ไม่ควรพลาดเลยคือสถานีรถไฟสถานีสุดท้ายของสายอันดามัน…ไปกันเลยครับ”

ด้วยความที่ในอดีตกันตังเป็นเมืองท่าสำคัญในบริบทของยุคสมัยนั้นเต็มไปด้วยความคึกคักของการค้าขาย และคราคร่ำไปด้วยผู้คนเลยทำให้มีเส้นทางรถไฟเกิดขึ้นตามไปด้วย โดยมีการแยกออกมาจากเส้นทางลงใต้สายหลักช่วงจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชุมทางทุ่งสง ต่อมาถึงชุมทางห้วยยอด, ตรัง และมาสุดสายที่อำเภอกันตัง ทางรถไฟสายนี้จึงกลายเป็นเส้นทางรถไฟสายเดียวของฝั่งทะเลอันดามัน และมี “สถานีกันตัง” เป็นสถานีสุดท้ายของเส้นทางรถไฟสายอันดามัน โดยมีรายละเอียดของประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่มากมาย

“สถานีกันตัง” สถานีรถไฟสุดท้ายของรถไฟสายอันดามัน
อีกมุมหนึ่งของสถานีกันตัง
ทำหน้าที่เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์
เก่าทั้งสถานที่ทั้งคน

อาคารเรือนไม้ชั้นเดียวผสมผสานงานสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ถูกทาด้วยสีเหลืองมัสตาร์ดตัดด้วยเส้นกรอบประตูหน้าต่างสีน้ำตาลดูคราสสิก ยังคงความงดงามของวันวานไว้ได้อย่างสมบูรณ์เกือบทุกรายละเอียด สถานีกันตังแห่งนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้วจากกรมศิลปกร มันคือแหล่งประวัติศาสตร์ที่ยังถูกใช้งานจริงร่วมกับผู้คนได้อย่างมีชีวิตชีวา หากคุณใส่ชุดย้อนยุคมาเดินถ่ายภาพแถวนี้แล้วปรับให้มันเป็นภาพถ่ายขาวดำใส่ฟิลเตอร์ฟิล์มเก่าเข้าไปเสียหน่อยก็แทบจะดูไม่รู้เลยว่ามันคือภาพถ่ายในปี 2026  ทุกรายละเอียดของสถานีมันดูดั้งเดิมเสียจนไม่ต้องจัดพร๊อพอะไรให้เยอะแยะ

อาร์มคนกันตังของแท้รับหน้าที่ไกด์จำเป้น ที่ต้องพาพวกเราเที่ยว
สถานีกันตัง กับบรรยากาศดั่งเดิมที่ยังสัมผัสได้

ก่อนที่อาร์มเจ้าถิ่นจะพาเราไปกันต่อในจุดอื่น ผมก็ขอพักเบรคด้วยการหากาแฟดี ๆ สักแก้ว “อาร์มมีร้านแนะนำมั้ย” ผมถามยังไม่ทันขาดคำก็ได้รับคำตอบสวนกลับมาทันที “มีครับ ป่ะ..ไปกัน!”เหมือนกับรู้ว่าไอ้นี่ท่าทางไม่ไหวดูทรงแล้วเหมือนโหยคาเฟอีน 

ไม่ไกลนักจากสถานีรถไฟแถว ๆ แยกไปรษณีย์ ก็จะเจอเข้ากับอาคารห้องแถวเก่าสีสันสะดุดตา ตรงนั้นมีร้านกาแฟดี ๆ ซ่อนอยู่ “Lanin Cafe and Restaurant” ร้านกาแฟในตึกเก่าบรรยากาศเก๋ ที่ไม่ว่าจะคนพื้นที่ หรือนักท่องเที่ยวต่างต้องแวะมาตลอดเวลา 

ตึกเก่าสีสวยทีบริเวฯแยกไปรษณีย์
ถ้ามาที่ร้าน Lanin Cafe and Restaurant ไม่ควรพลาดมุมนี้
อีกมุมหนึ่งในร้าน Lanin Cafe and Restaurant

ด้วยความที่เมืองนี้ได้รับอิทธิพลของชาวจีนที่ย้านถิ่นฐานมาปักหลักกันหลายครอบครัว จึงมีศาลเจ้าอยู่หลายแห่งซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะได้ไปเยี่ยมเยือนบรรดาศาลเจ้าเก่าแก่ที่ยังคงเป็นสถานแห่งความศรัทธาของผู้คนท้องถิ่น แต่พวกเราคงเก็บได้ไม่หมดทุกที่เลยให้เจ้าถิ่นอย่างอาร์มชี้เป้าให้ ทำให้พวกเราได้ไปทั้งหมด 2 ศาลเจ้าด้วยกัน โดยเรามุ่งไปที่ศาลเจ้าเก่งจิวโฮยก้วน (เจ้าแม่ทับทิม เทพีแห่งท้องทะเล) เป็นที่แรก ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเดินเรือในสมัยก่อน เป็นสถานที่รวมตัวของชาวจีน และเป็นพื้นที่จัดงานประเพณีสำคัญต่าง ๆ มากมาย จากการสันนิษฐานคาดว่าศาลเจ้าแห่งนี้ว่ามีอายุอานามร่วมร้อยปีเลยทีเดียว

เจ้าแม่ทับทิม เทพีแห่งท้องทะเล
ที่ศาลเจ้าเก่งจิวโฮยก้วน
เจ้าแม่ทับทิม เทพีแห่งท้องทะเล ที่ศาลเจ้าเก่งจิวโฮยก้วน

ต่อมาคือศาลเจ้าฮกเกี้ยนกงก้วน เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยผู้คนเชื้อสายจีนอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะชาวจีนฮกเกี้ยน มีอายุเก่าแก่ประมาณ 150 ปี เดิมเป็นเรือนไม้มุงด้วยจาก และพัฒนามาเป็นอาคารสองชั้นในสไตล์ชิโน-ยูโรเปี้ยนตามยุคสมัย และความเจริญของเมือง ด้านในสุดจะเป็นที่ประดิษฐานพระเทียนส่องเซ้งโบ้ (หม่าจ้อโป๋) เทพีแห่งท้องทะเล

ศาลเจ้าฮกเกี้ยนกงก้วน โดดเด่นและงดงาม
บรรยากาศทางเข้าของศาลเจ้าฮกเกี้ยนกงก้วน
ทางขึ้นชั้นสอง
ที่ศาลเจ้าฮกเกี้ยนกงก้วน

ผมบังเอิญโชคดีที่ได้พบกับเจ้าหน้าที่ดูแลศาลเจ้าที่ยินดีให้พวกเราเดินขึ้นไปชมชั้นบนได้ เขาเล่าให้ฟังว่าในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อกราบไหว้บูชาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่พักชั่วคราวของผู้ที่อาศัยเดินเรือมา โดยผู้หญิงและเด็กจะอยู่กันชั้นบน ส่วนผู้ชายอยู่ชั้นล่าง และมีบทบาทของการเป็นศูนย์กลางของชุมชนด้วย เช่นเป็นโรงเรียน สถานที่จัดงานสำคัญ งานศพ และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่าง ๆ หากเป็นชาวพุธที่นี่คงเปรียบเสมือนวัดที่ทำหน้าที่เป็นทุกอย่างให้กับสังคมอะไรทำนองนั้น นับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ใครมากันตังแล้วพวกเราก็ไม่อยากให้พลาดเลย

ชั้นสองที่ศาลเจ้าฮกเกี้ยนกงก้วน ในอดีตใช้เป็นที่พักนักเดินเรือชั้นบนของผู้หญิง และเด็ก ส่วนชั้นล่างของผู้ชาย

ถึงแม้เราจะมีเวลาเดินชมเมืองกันตังได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็บอกได้ว่า กันตัง คือเมืองแสนสงบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว และยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ให้พวกเราสายเดินเล่นทอดน่องได้เพลินเพลินกับร่องรองของอดีตที่ถูกซุกซ่อนไว้ตามทาง กันตัง ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าสนใจ ร้านอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ อีกหลายร้าน รวมถึงคาเฟ่ดี ๆ อีกหลายแห่งที่พวกเรายังสำรวจกันไม่หมด

พวกเราอยากบอกว่าหากคุณได้มีโอกาสมาจังหวัดตรังเมื่อไหร่อยากชวนมาลองใช้เวลาทิ้งตัวอยู่ที่เมืองนี้สักสองสามวันแล้วจะเข้าใจว่าเมืองนี้ไม่น่าพลาดเลยจริง ๆ

กันตังมีตึกเก่าสวย ๆ มากมาย
ตึกเก่าเล่าเรื่อง
มัสยิดปากีสถาน
เสน่ห์ของวันวานยังคงอยู่ ตู้เดิมชั้นเดิม แต่ของวางเปลี่ยนตามยุคสมัย
ที่นั่นเขายังมีสามัคคีกันตัง เราคนไทยก็สามัคคีกันเถอะ

EXPLORERS : บาส, ออโต้, อาร์ม

AUTHOR : บาส – บดินทร์ บำบัดนรภัย
PHOTOGRAPHER : ออโต้ – ณัฐวรรธน์ ไทยเสน