รวมพิกัดขับรถ เที่ยวไต้หวัน อี๋หลาน-ฮวาเหลียน-ไถตง-ลวี่เต่า ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง!
ยินดีต้อนรับสู่ทริป ‘Taiwan’s East Coast; Where Life Goes Brighter’ ซึ่งนับเป็น Seasons 3 แล้วที่ Baanlaesuan Explorers Club ร่วมมือกับ Taiwan Tourism Administration, Bangkok Office พานักสำรวจทั้งสายลุย สายชิล และสายชิม ออกเดินทางไปพบจุดหมายใหม่ ๆ ในไต้หวัน ถัดจากเมืองไถหนาน เกาสง และผิงตง ใน Seasons 2 เมื่อปีก่อน
ครั้งนี้เราจะพาไปลุยไต้หวันแบบสุดชายฝั่งตะวันออก กับ 3 เมืองติดทะเล และ 1 เกาะกลางทะเล เพื่อไปพบจุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต!
นี่คือ 15 พิกัดสำหรับขับรถเที่ยวเมืองอี๋หลาน ฮวาเหลียน ไถตง และลวี่เต่า หรือเกาะกรีนไอส์แลนด์ ดินแดนที่ธรรมชาติงดงามจนสามารถสะกดจิตพวกเราได้อย่างอยู่หมัด เราได้มัดรวมจุดถ่ายรูป เส้นทางเดินเทรล จุดดำน้ำ เส้นทางจักรยาน พื้นที่ดูงานศิลปะ และสถานที่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของแต่ละเมือง ผ่านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เอาไว้แล้ว

YILAN
เริ่มจาก อี๋หลาน (Yilan) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน เมืองพักผ่อนใกล้ไทเปที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายให้เราได้ใช้ชีวิตเนิบ ๆ แบบไม่รีบเร่ง
ปัจจุบันการเดินทางไปอี๋หลานนั้นสะดวกสบายแบบไม่ต้องขับรถเลาะชายฝั่งหรืออ้อมภูเขาอีกแล้ว เพราะนับตั้งแต่ไต้หวันเปิดใช้งาน อุโมงค์เสวี่ยซาน (Hsuehshan Tunnel) ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในไต้หวัน มีความยาวประมาณ 12.9 กิโลเมตร บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 5 อุโมงค์นี้มีส่วนช่วยลดระยะเวลาการขับรถลงได้มากทีเดียว สามารถขับรถจากไทเปไปอี๋หลานแบบทะลุภูเขาโดยใช้เวลาราวชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น
หลายคนอาจรู้จักอี๋หลาน ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่างพิพิธภัณฑ์หลานหยาง (Lanyang Museum) เขตนันทนาการป่าไม้แห่งชาติไท่ผิงซาน (Taipingshan National Forest Recreation Area) ที่ได้ชื่อว่าเป็นป่าเงียบแห่งไต้หวัน หรือแม้แต่ เส้นทางโบราณเฉาหลิง (Caoling Historic Trail) ที่เราเคยไปมาแล้ว แต่ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับสถานที่ใหม่ ๆ ที่บอกเลยว่า เหมาะมากกับการมาท่องเที่ยวแบบยกครอบครัว
01 | TOUCHENG LEISURE FARM

นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอกย้ำความเป็นเมืองเกษตรกรรม และแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอี๋หลานได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ฟาร์มพักผ่อนโถวเฉิง (Toucheng Leisure Farm) ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาลูกใหญ่รอบทิศทาง มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 120 เฮกตาร์ หรือประมาณ 750 ไร่ กว้างใหญ่ขนาดมีแม่น้ำไหลผ่านจากเขาลงสู่ทะเลถึง 3 สาย


ภายในฟาร์มแห่งนี้มีทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ นาข้าว แปลงผักปลอดสารเคมี ไร่องุ่นที่ปลูกสำหรับบ่มไวน์ (ลองชิมได้) ไปจนฐานกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่มีเวลาสองชั่วโมงคงเที่ยวและทำได้ไม่ครบ ที่นี่จึงมีโปรแกรมเที่ยวและทำเวิร์กช็อปแบบจัดเต็ม ตั้งแต่เที่ยวเต็มวันไปจนอยู่ยาว ๆ แบบเข้าค่าย 5 วัน 4 คืน เพื่อพักผ่อนและทำกิจกรรมได้ครอบคลุม



ครั้งนี้เราเลือกโปรแกรม One Day Tour – An Experience Tour เพื่อสำรวจพื้นที่โดยรวม โดยมีเจ้าหน้าที่ของฟาร์มรับหน้าที่ไกด์ขับรถพาเที่ยวจุดไฮไลต์และระบบนิเวศภายในฟาร์ม อาทิ บ้านแมลง ลำธาร บ้านดินริมแปลงนา ไปจนอาคารโรงบ่มไวน์ Cangjiu Winery เรียกว่าฟาร์มแห่งนี้มีครบทั้งสาระ ความรู้ และความสนุก แถมเราจะได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติกลางหุบเขาที่ทั้งสงบ และมีวิวทิวทัศน์สุดตระกาลตาจริง ๆ
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/tzEUz7ZFHATwPd118
เว็บไซต์: https://www.tcfarm.com.tw/en
02 | JIAOXI HOT SPRINGS PARK

เช่นเดียวกัน นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนธรรมชาติของอี๋หลานได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำพุร้อนเจียวซี (Jiaoxi Hot Springs Park) เป็นน้ำพุร้อนเก่าแก่ที่สุดในเขตอี๋หลาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนท้องถิ่นรวมถึงนักท่องเที่ยวนิยมมาอาบน้ำแร่ เพราะเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมายที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว และระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย





ที่นี่มีบรรยากาศร่มรื่นมาก อีกทั้งยังทั้งบ่อน้ำพุสาธารณะไว้นั่งแช่เท้า และบ่อน้ำร้อนสไตล์ญี่ปุ่นให้แช่ตัวแบบปิดแยกห้องชายหญิง พร้อมด้วยศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแช่น้ำพุร้อน และห้องเปลี่ยนชุดยูกาตะ (Yukata) มาสวมใส่แช่เท้า และถ่ายรูปสวย ๆ แบบเราด้วยนะ
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/fthiSeisJTr2gD6D7
เฟซบุ๊ค: http://facebook.com/spa.park
เปิด-ปิด: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
03 | KAVALAN DISTILLERY

แม้จะเปิดกิจการมาได้ไม่นาน แต่วิสกี้ของแบรนด์ Kavalan กลับสามารถคว้ารางวัลใหญ่ที่ทั่วโลกให้การยอมรับมาครองได้แบบสง่างาม
รู้ไหมว่าวิสกี้ของ Kavalan ใช้เวลาบ่มแค่ 5 ปี เมื่อเทียบกับโรงบ่มในฝั่งยุโรปซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าสองเท่า เพราะด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอี๋หลานและสภาพอากาศร้อนชื้นที่เอื้อต่อการบ่มวิสกี้ รวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขาที่อยู่ใกล้กับที่ตั้งของโรงบ่ม นั่นเองเป็นเหตุผลที่ทำให้ Kavalan นำข้อได้เปรียบตรงนี้มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ



ใครอยากมาเรียนรู้กระบวนการผลิตซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้คุณภาพจากไต้หวัน ที่ Kavalan Distillery เขาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมโรงบ่มแห่งนี้แบบล้นหลามเลยทีเดียว
และครั้งนี้ Kavalan ก็ได้เปิดโรงบ่มให้เราเข้าชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเผยให้เห็นกระบวนการบ่มตั้งแต่การเผาถังบ่มด้วยไฟแรงสูง ไปจนเปิดโกดังบ่มวิสกี้ให้เราได้เดินชมและลองจิบเบา ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/4xkV83fdDWuaSjMk8
เว็บไซต์: https://www.kavalanwhisky.com/en
เปิด–ปิด: ทุกวัน 09.00-18.00 น.
04 | YILAN ANIMAL KINGDOM

รับรองเลยว่าเด็ก ๆ ต้องชอบที่นี่ Yilan Animal Kingdom เป็นสวนสัตว์เปิดที่ก่อตั้งโดย Lin Kuo-jung อดีตนักปิงปองทีมชาติไต้หวัน และภรรยา มีพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นสวนสัตว์ในร่มและกลางแจ้งที่จะทำให้เด็ก ๆ เพลิดเพลินตั้งแต่ด่านแรกที่เข้ามาถึง
ที่นี่มีนกแก้วมากกว่า 20 สายพันธุ์ นกอินทรี 5 สายพันธุ์ที่สามารถเลี้ยงได้อย่างถูกกฎหมายในไต้หวัน เมียร์แคต เต่ายักษ์ ไปจนสัตว์ป่าตัวใหญ่ ๆ อย่าง อัลปากา จิงโจ้ และที่เราชอบเป็นพิเศษก็เจ้า คาปิบารา แสนน่ารักนี่แหละ





เราชอบที่สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งใจออกแบบสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยให้สัตว์ตามธรรมชาติของพวกมันโดยเฉพาะ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด มีเวลาอย่างน้อยสักสองชั่วโมง เด็ก ๆ จะได้สนุกและเพลิดเพลินกับที่นี่แน่นอน
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/EENYWhJfeuQRuE1cA
เปิด–ปิด: ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 09.30-17.00 น.
05 | LUODONG NIGHT MARKET

ตลาดกลางคืนกับการมาเที่ยวไต้หวันคือของคู่กัน และมาถึงอี๋หลานก็ต้องมาเดินหาของอร่อยกินที่ ตลาดกลางคืนหลัวตง (Luodong Night Market) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่คึกคักและใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ข้าง ๆ กับสวนสาธารณะหลัวตง (Luodong Park)

หากได้ลองจะรู้ว่าที่อี๋หลานอาหารทะเลสดมาก และอีกหนึ่งวัตถุดิบขึ้นชื่อที่มาแล้วห้ามพลาดคือ ต้นหอม ที่อี๋หลานคือแหล่งปลูกต้นหอมคุณภาพดีอย่าง Sanxing Scallion ที่มีความหอมหวานเป็นพิเศษแหล่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน นั่นทำให้ต้นหอมแทบจะกลายเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารท้องถิ่นและสตรีทฟู้ดหลากหลายเมนูเลยก็ว่าได้


แต่อาหารที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ คือ ต้นหอมพันเบคอนย่าง ไม้เดียวไม่พอแน่นอน และที่เด็ดอีกเมนูคือ ขนมเปี๊ยะต้นหอม หรือบางคนเรียกโรตีต้นหอม (Scallion Pancake) ซึ่งมีลักษณะคล้ายแป้งทอด หรือกุยช่าย แต่มีความกรอบนุ่ม ให้รสชาติต้นหอมกับแป้งออกเค็ม ๆ มันๆ กินเพลินเลยทีเดียว ซึ่งร้านดังของที่นี่อย่าง Yifeng Green Onion Pie จะอยู่ถัดไปจากตลาดกลางคืนหลัวตงประมาณ 200 เมตร เราแจกพิกัดไว้ให้แล้ว
ที่ตั้ง Luodong Night Market: https://maps.app.goo.gl/qE8TLsrdogNSQE229
เปิด–ปิด: ทุกวัน 19.00 – 02.00 น.
ที่ตั้ง Yifeng Green Onion Pie: https://maps.app.goo.gl/CiSKvgB5KbCVuWXy9

HUALIEN
หากจำกันได้ ใน Seasons 1 เราเคยมาท่องธรรมชาติแห่งเมืองชายฝั่งตะวันออกอย่าง ฮวาเหลียน (Hualien) มาแล้วครั้งหนึ่ง ฮวาเหลียน มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นมากมาย ทั้งอุทยานแห่งชาติ ทะเลสาบ เขตอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา
จากหาดชีซิงถัน (Qixingtan) ทะเลสาบหลี่หยู (Liyu Lake) และตลาดกลางคืนตงต้าเหมิน (Dongdamen Night Market) ในครั้งนั้น ปีนี้เราลองเที่ยว ฮวาเหลียน แบบขับรถไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก และแวะเที่ยวในสถานที่สำคัญริมเส้นทางสายหลักทางฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ใครจะเชื่อ 3 สถานที่ที่เราไปเยือนในครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้เราได้มากกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้แต่แรกเสียอีก
06 | DASHIBISHAN TRAIL

เริ่มกันที่เส้นทางเทรลที่เราขอเรียกว่าเป็น เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นริมทางหลวงที่สวยที่สุด และเดินง่ายที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน ประหนึ่งว่าเราขับรถผ่านมา จอดพัก แล้วเดินขึ้นเขาไปชมวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลของมหาสมุทรแปซิฟิกบนยอดเขาได้อย่างง่ายดาย






เส้นทางเดินเขาต้าสือปี๋ซาน (Dashibishan Trail) ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 11 (Taiwan Highway 11) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 38.5 ที่นี่เป็นเส้นทางเทรลระยะสั้นไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ที่มีการออกแบบเส้นทางเดินเป็นขั้นบันได สลับพื้นหินและกรวดให้สามารถเดินขึ้นได้อย่างสะดวก มีราวกันตกที่แข็งแรงปลอดภัย
จะเรียกว่าทางผ่าน ระหว่างทาง หรือว่าจุดท่องเที่ยวริมทางก็ตามแต่ แต่เชื่อเถอะ ถ้าขับรถผ่าน Dashibishan Trail อยากให้สละเวลาไม่ถึงชั่วโมงเต็มจอดพักรถ แล้วเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนสักหน่อย รับรองเลยว่าจะไม่เสียดายทีหลัง
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/saCTNE5vBYY8pmu89
เปิด–ปิด: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
07 | SHITIPING

นี่คือ สือทีผิง (Shitiping) ชายหาดที่แทบมองไม่เห็นพื้นทราย แต่เต็มไปด้วยก้อนหินรูปทรงแปลกตา และลานหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อน้อยใหญ่ คล้ายกับเรามายืนอยู่ในห้องเรียนธรณีวิทยาระดับ World Class กลางแจ้ง เจอสิ่งนี้เข้าไปบอกเลยว่า “อยู่หมัด” เหมือนโดนสะกดจิตให้เพลิดเพลินใจจนอยากหยุดเวลาเอาไว้ชั่วขณะ



หนึ่งในไฮไลต์ของ Shitiping คือการปีนขึ้นไปยืนอยู่ด้านบนเนินหินความสูง 17 เมตร ชั้นหินที่ถูกยกตัวขึ้นจนฝั่งหนึ่งกลายเป็นหน้าผาสูงชัน และฝั่งหนึ่งลาดเอียงลงมาทีละน้อยในลักษณะที่เรียกว่า Cuesta หรือ สันเขาที่มีรูปร่างไม่สมมาตร โดยมีคลื่นสีฟ้าครามจากมหาสมุทรคอยถาโถมเข้ามากระทบฝั่งจนน้ำกระเซ็นเป็นระลอก ว้าว! สวยแบบไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่เกือบสองชั่วโมงเต็ม ขอยกให้เป็น One of the best ของ East Coast National Scenic Area เลย สวยเกินคาดมาก ๆ
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/4fv9tHcafjYFe1kB6
เปิด–ปิด: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

08 | JINGPU VILLAGE

จุดที่เรามายืนอยู่นี้คือบริเวณปากแม่น้ำซิ่วกูหลวน (Xiuguluan River) จุดที่ผู้คนนิยมมาล่องแก่งในฤดูกาลท่องเที่ยว จุดที่เราสามารถมองเห็นสะพานฉางหง (Changhong Bridge) สะพานสีแดงที่สร้างขึ้นในปี 1969 ซึ่งคนพื้นที่มักเรียกกันว่า สะพานสายรุ้ง ตามลักษณะโค้งของสะพานได้อย่างชัดเจน


ที่นี่คือ หมู่บ้านจิ้งผู่ (Jingpu Village) หรือ หมู่บ้านของชาวคาวี (Cawi’) ชุมชนพื้นเมืองของชาวอามิส (Amis indigenous community) ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งในฮวาเหลียน เป็นหมู่บ้านที่เปี่ยมด้วยวัฒนธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และทำกิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชนเผ่าท้องถิ่น ใครสนใจสัมผัสวิถีชุมชน สามารถจองแพ็คเกจทัวร์แบบครึ่งวันและทัวร์แพ็กเกจชมชนเผ่าจิ้งผู่ล่วงหน้าได้


หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer monument) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กริมทางหลวงหมายเลข 11 ในฮวาเหลียน ที่สร้างขึ้นเพื่อระบุตำแหน่งเส้นละติจูดที่ 23.5 องศาเหนือ ที่แบ่งเขตภูมิอากาศระหว่างเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/ydLchj5zPRKEdbCQ8

TAITUNG & GREEN ISLAND
เราเดินทางมาถึงเทศมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไต้หวัน ที่นี่คือ ไถตง (Taitung) ดินแดนบนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ที่ยังมีอาณาเขตรวมไปถึงเกาะลวี่เต่า หรือ กรีนไอส์แลนด์ เกาะหลานอวี่ และเกาะเสี่ยวหลานอวี่ อีกด้วย
มาไถตงครั้งนี้เราไม่ได้เที่ยวอยู่แค่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน เรายังนั่งเรือข้ามเกาะซึ่งใช้เวลาราว 50 นาที ไปยังเกาะลวี่เต่า หรือ กรีนไอส์แลนด์ จุดดำน้ำขึ้นชื่อของไต้หวัน ซึ่งที่นี่เองทำให้เราได้พบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เราอยากกลับไปซ้ำอีกสักรอบ และใช้เวลาอยู่กับมันให้นานขึ้นไปอีก
09 | PAUL CHIANG ART CENTER

ที่นี่คือศูนย์ศิลปะของ Paul Chiang หรือ เจียงเสียนเอ้อ ศิลปินชาวไต้หวันผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และพำนักอยู่ที่เมืองไถตง
ผลงานศิลปะของ Paul Chiang สร้างสรรค์จากวิถีชีวิตที่รักสันโดษ ความสงบเงียบ และการซึมซับเอาบริบททางธรรมชาติบริเวณชายฝั่งตะวันออกของไถตง ไม่ว่าจะเป็นภูเขา มหาสมุทร และแสงอรุณ มาผสานรวมกัน




เช่นเดียวกับอาคารจัดแสดงของศูนย์ศิลปะแห่งนี้ Paul Chiang Art Center ออกแบบโดย Behet Bondzio Lin Architekten ซึ่งเป็นการตีความพื้นที่จากตัวตนของศิลปิน ความสันโดษ ที่เป็นจุดเริ่มต้นการสร้างสรรค์งานศิลปะ ความสงบนิ่ง จากการพาตนเองปลีกวิเวกจากความวุ่นวายของโลกภายนอก และอิสรภาพและความจริงแท้ของศิลปะที่ปรากฏขึ้น จนเกิดเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับผู้เข้าชม


ดั่งข้อความที่ปรากฏบนอาคารด้านหน้าของศูนย์ศิลปะที่ว่า “I always believe that art can purify the soul.” – ฉันเชื่อเสมอว่าศิลปะสามารถชะล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ได้
หากเราเพ่งพินิจและใช้เวลาดื่มด่ำกับงานศิลปะของ Paul Chiang เราอาจจะพบความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำกล่าวนั้น ก็เป็นได้
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/JNTb1yh4jsi3hdWN9
เว็บไซต์: https://paulchiang.org
เปิด-ปิด: วันพุธ-จันทร์ 10.00 – 17.00 น. (ปิดวันอังคาร)
ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 350 NTD
10 | SANXIANTAI ARCH BRIDGE

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กบนทางหลวงหมายเลข 11 คือ สะพานซานเซียนไถ (Sanxiantai) สิ่งปลูกสร้างรูปทรงคล้ายกับคลื่นกลางทะเล ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมส่วนปลายแหลมของแผ่นดินชายฝั่งของไถตง ไปหาเกาะขนาดย่อมที่มีกลุ่มก้อนหินก้อนใหญ่ 3 ก้อนโผล่ขึ้นเหนือผืนน้ำ ลักษณะเด่นของเกาะนี้เองจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อสะพานว่า ‘ซานเชียนไถ ’ ซึ่งมีความหมายว่า “เนินลาดของสามเซียน”




ถึงแม้เราจะต้องเดินข้ามสะพานลอยทรงลูกคลื่น ต่อกันยาว 8 ลูก และต้องก้าวผ่านขั้นบันไดขึ้นและลงไปมาอีกนับไม่ถ้วน แต่เชื่อเราเถอะ มาถึงแล้วต้องข้ามฝั่งไปให้สุด เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติบนลานหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ และนั่งฟังเสียงคลื่นกระทบหาดหิน มันฟินจริง ๆ นะ
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/pDqi8WdJYGaLS8DcA
เปิด-ปิด: ทุกวัน 08.30-17.00 น.



11 | LUDAO LIGHTHOUSE
ก่อนเรือเฟอร์รี่จาก Fugang Fishing Harbor ฝั่งไถตงจะเข้าเทียบท่าเกาะลวี่เต่า หรือ กรีนไอส์แลนด์ จุดสังเกตแรกเมื่อเราใกล้ถึงฝั่งคือหอคอยรูปทรงท่อสีขาวโพลน ความสูง 33.3 เมตรเหนือพื้นดิน ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะได้รอบทิศทาง
นี่คือประภาคารเกาะลวี่เต่า (Ludao Lighthouse) หรือ Green Island Lighthouse ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ สร้างขึ้นในปี 1939 โดยการสนับสนุนจากสภากาชาดอเมริกัน เพื่อเป็นการขอบคุณชาวเกาะลวี่เต่า ที่ให้การช่วยเหลือลูกเรือของเรือเดินสมุทร SS President Hoover เกิดชนเข้ากับแนวปะการังของเกาะแห่งนี้ประภาคารแห่งนี้เป็นจุดที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถและเรือลำเล็ก แม้ช่วงเวลาที่เราไปท้องฟ้าค่อนข้างหม่นด้วยอิทธิพลของลมพายุ แต่ว่ากันว่าช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี เมื่อทุ่งดอกลิลลี่ป่าบริเวณหน้าประภาคารเริ่มผลิบาน ที่นี่จะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยล่ะ

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/KZkZbYjoKnfCciTQ6
12 | GREEN ISLAND WHITE TERROR MEMORIAL PARK

ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่บนเกาะกรีนไอส์แลนด์กลางมหาสมุทรกว้าง พื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นสถานกักกันความอิสระของนักโทษต้องคดีทางการเมืองเพราะความเห็นต่าง ในยุคปราบปรามทางการเมือง หรือที่เรียกกันว่า “ความน่าสะพรึงกลัวสีขาว” (White Terror) ช่วงปี 1951-1970




เกาะกรีนไอส์แลนด์ ถูกเลือกเป็นที่ตั้งของเรือนจำ เพราะความห่างไกลและโดดเดี่ยวจนยากจะหลบหนี ดินแดนแห่งนี้กินพื้นที่ใหญ่กว่า 32 เฮกตาร์ หรือประมาณ 200 ไร่ ริมชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ Green Island White Terror Memorial Park ในปัจจุบันได้รับการบูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ รอยอดีตจากยุคดังกล่าวยังพอปรากฏให้เห็นผ่านป้ายนิทรรศการ และการจำลองพื้นที่เพื่อเล่าเรื่องจริงในอดีตที่เคยเกิดขึ้นและดับไป

หลังฉากของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ อนุสรณ์สถานแห่งนี้คือสถานที่แห่งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของประชาชนชาวไต้หวัน ที่ครั้งหนึ่งเคยต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/ZoyxsQCtcs1FHSw69
เปิด–ปิด: พฤษภาคม-กันยายน ทุกวัน 09.00-17.00 น.
ตุลาคม-เมษายน วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. (ปิดวันจันทร์ และเปิดวันจันทร์เฉพาะวันหยุดราชการ)


13 | NIUTOUSHAN

แม้เนินเขา ผืนหญ้า และน้ำทะเลสีฟ้าคราม จะเป็นทิวทัศน์พื้นฐานที่เราสามารถมองเห็นได้อย่างดาดดื่นบนเกาะกรีนไอส์แลนด์ (ซึ่งเป็นเรื่องดีนะ) แต่ ภูเขาหนิวโถว (Niutoushan) หรือ Cow Head Mountain ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวขึ้นชื่อ มาถึงเกาะนี้ทั้งที จะไม่ไปดูให้เห็นกับตาคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย

Niutoushan มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจ ได้ธรรมชาติรังสรรค์กัดเซาะหินภูเขาไฟจนมีส่วนคล้ายส่วนหัวของวัว (Niutou) ยื่นออกไปสู่ทะเล และที่นี่ยังมีเส้นทางเดินเท้าเข้าไปชมเนินเขาแบบใกล้ ๆ หรือใครไม่อยากเดินไป สามารถเดินลงมาถ่ายภาพจากมุมไกลบนลานหินชายทะเล บริเวณใกล้กับ Green Island White Terror Memorial Park ก็ได้มุมมองที่สวยไปอีกแบบเช่นกัน


ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/7xwFaF7Mxks7CeJ39
14 | LITTLE GREAT WALL


เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นแห่งนี้มีชื่อเรียกกันว่า Little Great Wall มีระยะทางราว 400 เมตร ที่โอบล้อมด้วยวิวภูเขา หน้าผา และท้องทะเลที่มีน้ำสีฟ้าใส และเส้นขอบฟ้าไกลสุดตระกาลตา


ปลายทางของเทรลนี้คือจุดชมวิวที่มองลงไปจะเห็น Pekingese Dog & Sleeping Beauty หรือกลุ่มโขดหินภูเขาไฟขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาไห่เซินผิง (Haishenping) ที่เกิดจากการปะทุและการกัดเซาะตามธรรมชาติ จนมีลักษณะคล้ายสุนัขพันธุ์ปักกิ่งและเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงบนชายฝั่งตะวันออกของเกาะกรีนไอส์แลนด์ (ฝั่งทะเลฟิลิปปินส์)
ใครมาปั่นจักรยานรอบเกาะแล้วไม่จอดแวะถ่ายรูปที่นี่ต้องเสียใจแน่ (คำเตือน: ที่นี่ลมแรงนะ ใครใส่หมวกมาด้วย จับหมวกเอาไว้ให้ดี ๆ)

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/dje27ML4VsDTPWrS6
เว็บไซต์: https://www.eastcoast-nsa.gov.tw/en/attractions/detail/124/
เปิด–ปิด: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

15 | ZHAORI HOT SPRINGS

นี่คือสถานที่ปิดจบวันดี ๆ ที่เติมเต็มทุกความรู้สึกดี ๆ ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยล้าจากการดำน้ำ หรือปวดเมื่อยจากการปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะ บ่อน้ำพุร้อนจาวรื่อ (Zhaori Hot Spring) จะเยียวยาทุกสิ่ง

บ่อน้ำพุร้อนจาวรื่อ คือ 1 ใน 3 บ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวัน ไฮไลต์ของที่นี่คือ บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งริมทะเล ซึ่งเป็นบ่อแบบ Private Zone จำนวน 3 บ่อที่เกิดจากการไหลรวมกันของน้ำเค็มจากผืนทะเล และน้ำร้อนที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินบนเกาะกรีนไอส์แลนด์ ซึ่งมีอุณหภูมิของน้ำเหมาะสำหรับลงไปแช่ตัวเพื่อสุขภาพ


นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนแบบสาธารณะ และบ่อรวมในอาคาร พร้อมห้องอาบน้ำแยกส่วนชายหญิงให้บริการ คิดดูสิ ในวันที่อากาศดี ๆ บนเกาะกลางทะเลแสนสงบ จะมีอะไรดีไปกว่าการนั่งแช่น้ำอุ่นมองวิวทะเล ดูพระอาทิตย์ตก เคล้าเสียงคลื่น จริงไหม
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/Cy3BA2gcWCyw9BB6A
เปิด-ปิด: ทุกวัน ตั้งแต่ 5.00-10.00 และ 16.00-23.00 น.

ทั้งหมดนี้คือ 15 จุดหมายปลายทางที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง! ส่วนหนึ่งในเส้นทาง เที่ยวไต้หวัน จนสุดชายฝั่งตะวันออก ที่อี๋หลาน-ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาะลวี่เต่า แบบขับรถเที่ยว คอยติดตามเรื่องราวน่าสนใจจากทริป Taiwan’s East Coast; Where Life goes brighter ในรูปแบบ VDO ได้ที่ https://www.youtube.com/channel/UCEWmaaTxDMasLvtNt0mEA6w และอ่านเนื้อหาแบบเข้มข้นในรูปแบบเว็บไซต์ที่ https://explorersclub.baanlaesuan.com
EXPLORERS: เฟี้ยต, ปลา, ชิล, ปุ๊กกี้, ฟาง, น้อง, ปิง, แน็ค
AUTHOR: เฟี้ยต – นวภัทร ดัสดุลย์
PHOTOGRAPHER: ฟาง – อภินัยน์ ทรรศโนภาส
GRAPHIC DESIGNER: เต้ – อิทธิ์ศักดิ์ อาชาล้ำเลิศ
