Type and press Enter.

HONG KONG: THE CONTRAST JOURNEY

hong kong

ออกเดินทางสำรวจเมืองที่ไม่เคยหลับใหลและเสน่ห์ของ Hong Kong ที่ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางแห่งการช้อปปิ้งเท่านั้น แต่คือดินแดนที่ความต่างขั้วอยู่ร่วมกันได้อย่างสอดคล้อง พื้นที่ที่อดีตและอนาคต หรือวิถีดั้งเดิมกับความทันสมัย อยู่ร่วมกันอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

HONG KONG : The Contrast Journey ทริปนี้จึงเป็นการโฟกัสเรื่องความต่างขั้วที่พวกเรา BAANLAESUAN EXPLORERS สนใจและอยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสสถานที่ต่าง ๆ ไปพร้อมกับเรา ตั้งแต่ร้านอาหาร เมนูน่าทาน วัดเก่าแก่ บรรยากาศเมืองและผู้คน ผ่านการเดินทางที่ง่าย สะดวก ด้วย MTR โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะของฮ่องกงที่เชื่อมโยงทุกโซนน่าเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน เผื่อใครที่กำลังวางแผนไปพักผ่อนที่ฮ่องกง จะสามารถหยิบเอาบางช่วงบางตอนในทริปเราไปออกแบบทริปของตัวเองในอนาคตได้เลย

Day 1 | มนต์เสน่ห์ที่ฝั่งเกาลูน

เราเริ่มต้นวันแรกกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะตั้งใจจะเดินทางไปในหลายจุด โดยแผนของวันนี้คือการสำรวจฝั่งเกาลูนบริเวณย่านซัมซุยโป (Sham Shui Po) และมงก๊ก (Mong Kok) ให้ทั่ว โดยฝากท้องมื้อเช้า ด้วยการชิมอาหารเมนูแบบฮ่องกงโลคอลที่ร้านซินเฮียงหยวน (Sun Hang Yuen) สภากาแฟสไตล์ฮ่องกงในตึกแถวดั้งเดิม เสิร์ฟแซนด์วิชเนื้อสับใส่ไข่ทอด หอมกลิ่นกระทะคู่กับชานมร้อนเข้มข้น มื้อเช้ารสชาติอันเรียบง่ายที่หล่อเลี้ยงคนทำงานในย่านนี้มาหลายทศวรรษ

hong kong
วัดกวนอู (Kwan Tai Temple, Sham Shui Po) ใกล้กับทางออก A2 ของสถานี Sham Shui Po เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าจีนดั้งเดิมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี 1891
hong kong
จุดสักการะองค์เทพเจ้ากวนอูที่ผู้คนนิยมมาขอพรในเรื่องธุรกิจและความมั่งคั่ง

ไม่ไกลจาก MTR สายสีแดงที่สถานี Sham Shui Po ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความทรงจำและลมหายใจดั้งเดิมของเมืองก็ต้อนรับเราที่ วัดกวนอู (Kwan Tai Temple, Sham Shui Po) ใกล้กับทางออก A2 ของสถานีเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าจีนดั้งเดิมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี 1891 ตั้งสงบนิ่งตัดกับความวุ่นวายของถนนรอบๆ อย่างน่าประหลาด เป็นวัดเทพเจ้ากวนอูแห่งเดียวในฝั่งเกาลูน ประดิษฐานองค์เทพเจ้านักรบผู้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและเที่ยงตรงที่ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรในเรื่องธุรกิจและความมั่งคั่ง

hong kong
ร้านเชีย หว่อง ฮิป (Shia Wong Hip) ร้านระดับตำนานตั้งแต่ปี 1965 บรรยากาศภายในร้านยังคงไว้ด้วยโต๊ะไม้ กระเบื้องผนังแบบวินเทจ และตู้ไม้สำหรับเก็บสมุนไพรจีน รวมถึงงูที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
hong kong
ซุปงูรสชาติกลมกล่อมที่เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย ช่วยปรับสมดุลหยินหยางและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายของคนท้องถิ่น

จากนั้นจึงแวะไปชิม ‘ซุปงู’ กันที่ร้านเชีย หว่อง ฮิป (Shia Wong Hip) [MTR Sham Shui Po ทางออก A2] ร้านระดับตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1965 บรรยากาศภายในร้านยังคงสปิริตยุคเก่าไว้ด้วยโต๊ะไม้ กระเบื้องผนังแบบวินเทจ และตู้ไม้สำหรับเก็บสมุนไพรจีน ที่เสิร์ฟซุปงูรสชาติกลมกล่อมที่เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย ซึ่งตามภูมิปัญญาแพทย์แผนจีนเป็นเมนูที่ช่วยปรับสมดุลหยินหยางและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายของคนท้องถิ่น และเติมของหวานกันที่ ก๊งหว่อ บีนเคิด แฟคทอรี (Kung Wo Beancurd Factory) ชิมเมนูน้ำเต้าหู้โฮมเมดและเต้าฮวยเนื้อเนียนนุ่มจนเต็มอิ่ม

hong kong
ก๊งหว่อ บีนเคิด แฟคทอรี (Kung Wo Beancurd Factory) ตัวจริงเรื่องเต้าหู้โฮมเมดประจำย่านซัมซุยโป
น้ำเต้าหู้บรรจุขวดที่สามารถซื้อติดไม้ติดไปดื่มรองท้องระหว่างเที่ยวได้ เมนูดั้งเดิมที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ช่วงบ่าย เราขยับไปที่สถานี Mong Kok ที่ห่างออกไปนิดเดียว เพื่อแวะไปชิลกันที่ 618 Shanghai Street โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาคารเก่าที่เรียงรายต่อเนื่องกันกว่าสิบคูหาซึ่งมีอายุยาวนานมาตั้งแต่ยุค 1920 ที่นำมารีโนเวตใหม่ โดยยังคงรักษาสีสันและโครงสร้างคอนกรีตเดิมไว้ แล้วเติมเต็มพื้นที่ด้วยร้านค้างานคราฟต์ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ท้องถิ่น และสเปซทางวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่

618 Shanghai Street โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาคารเก่า ซึ่งมีอายุยาวนานมาตั้งแต่ยุค 1920 ที่นำมารีโนเวตใหม่ โดยยังคงรักษาสีสันและโครงสร้างคอนกรีตเดิมไว้
hong kong
ภายใน 618 Shanghai Street เติมเต็มพื้นที่ด้วยร้านค้างานคราฟต์ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ท้องถิ่น และสเปซทางวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่
hong kong
ชั้นล่างของ 618 Shanghai Street ยังเป็นจุดแวะพักสำหรับผู้คนที่ท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในย่านนี้

ก่อนที่แสงเย็นจะมาถึง เราขอกลับมาที่ย่าน Sham Shui Po กันก่อน เพราะอยากขึ้นไปชมวิวเมืองยามเย็นที่ Garden Hill เนินเขาเล็ก ๆ ที่ฉายวิวเมืองในมุมสูง เผยมุมมองที่โลกดั้งเดิมและโลกใหม่วางซ้อนทับกันอย่างมีมิติ เราใช้เวลาพักอยู่บนเนินแห่งนี้ระยะใหญ่เพื่อรอเวลาค่ำ ก่อนจะกลับมายังมงก๊กอีกครั้งตามคำแนะนำของเพื่อนชาวฮ่องกงของเรา ถึงจุดถ่ายรูปเมืองและแสงสีที่คนหนุ่มสาวชาวฮ่องกงนิยมกันมาก ๆ อย่าง สะพานลอยมงก๊ก (Mong Kok Pedestrian Footbridge) [MTR Mong Kok ทางออก B3]

hong kong
ทางขึ้น Garden Hill ออกแบบทางเดินพร้อมสำหรับทุกเพศทุกวัย
hong kong
hong kong
มุมถ่ายรูปสวย บน Garden Hill ถึงจะไม่สูงมาก แต่วิวเมืองสวยมาก มองเห็นได้ไกลจนถึงทะเล

จริงอย่างเขาว่า ถ้าอยากเล่าเรื่องความพลุกพล่านจอแจ สีสัน วิถีชีวิต ฉากภาพยนตร์ฮ่องกงในความทรงจำของเราต้องที่สะพานลอยมงก๊ก ทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้กว้างขวางที่เชื่อมต่อย่านช้อปปิ้งหลักของมงก๊ก และมีมุมถ่ายรูปสวยมากมาย หากใครกำลังหามู้ดฮ่องกงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสีสัน เห็นรถมินิบัสหลังคาสีแดงวิ่งตัดผ่านป้ายไฟนีออนและตึกสูงเป็นมุมถ่ายภาพระดับซีเนมาติกที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

hong kong
hong kong
มุมถ่ายรูปบนสะพานลอยมงก๊ก (Mong Kok Pedestrian Footbridge) ที่พวกเราติดใจจนต้องวนเวียนอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน

Day 2 | สู่สเปซระดับโลกริมอ่าววิกตอเรีย

เข้าสู่วันที่สอง แม้เราจะอยากให้เวลาเดินช้าลงกว่านี้ก็ตาม เราฝากท้องมื้อเช้ากันที่ร้านเหล่าซัมเก่ (Lau Sum Kee) ร้านบะหมี่ทำมือสไตล์ท้องถิ่นที่สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมการทำเส้นด้วยไม้ไผ่ ส่งต่อกรรมวิธีมาถึงรุ่นที่ 3 เพื่อให้ได้เส้นที่เหนียว นุ่ม เด้ง รับประทานคู่กับเนื้อและเอ็นตุ๋นที่นุ่มละลายในปาก เอกลักษณ์ที่ไม่ถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา  

hong kong
Yau Ma Tei Wholesale Fruit Market ตลาดค้าส่งผลไม้เก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1913
hong kong
hong kong

ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศมาสำรวจย่านเหยาหมาเต๋ (Yau Ma Tei) ชมวิถีชีวิตใน Yau Ma Tei Wholesale Fruit Market ตลาดค้าส่งผลไม้เก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1913 ซึ่งในปัจจุบันตัวอาคารอิฐหลังคาสังกะสีก็ยังคงทำหน้าที่ท้าทายแดดฝนเหมือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับความคึกคักของผู้คนและร้านรวงที่ยังดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวา

hong kong
บรรยากาศภายในวัดเจ้าแม่กวนอิมที่ย่านฮ่องฮำ (Kwun Yum Temple, Hung Hom)

MTR ของฮ่องกงทำให้ชีวิตเราง่ายมาก ๆ เพราะเพียงไม่กี่อึดใจขบวนรถก็พาคณะเดินทางของเรามาถึงวัดเจ้าแม่กวนอิมที่ย่านฮ่องฮำ (Kwun Yum Temple, Hung Hom) เป็นวัดเจ้าแม่กวนอิมที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาสักการะขอพรเรื่องโชคลาภการเงิน และยังมีพิธิยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม เพื่อต่อยอดธุรกิจและหน้าที่การงานอีกด้วย

hong kong
ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง (Hong Kong Cultural Centre) สถานที่จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมทั้งดนตรีและศิลปะ จากมุมมองบนเรือ Star Ferry

ตารางการเดินทางของวันนี้ เราตั้งใจวางจุดไฮไลต์ของวันเอาไว้ในช่วงพระอาทิตย์ตกที่โซน WestK แต่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนจะถึงเวลานั้น เราแวะมาชมศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง (Hong Kong Cultural Centre) สถานที่จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมทั้งดนตรีและศิลปะ ด้วยตัวอาคารที่โดดเด่น มีช่องแสงที่ให้แสงเงาสวย ๆ จนเราปักถ่ายรูปกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะขยับไปที่โซน WestK Art Park กันต่อ

WestK Art Park ส่วนหนึ่งของโครงการถมทะเลเลียบอ่าววิกตอเรีย เพื่อพัฒนาพื้นที่ศิลปะวัฒนธรรม (West Kowloon Cultural District หรือ WestK)
ภาพของฮ่องกงในมิติของไลฟ์สไตล์ และพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เป็นปอดแห่งใหม่ของเมือง
hong kong
พื้นที่ที่ชาวฮ่องกงนิยมมาออกกำลังกาย นำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น นั่งอ่านหนังสือริมทะเล และทำกิจกรรมต่าง ๆ
hong kong
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ M+ ออกแบบตัวอาคารอย่างโดดเด่น ตั้งตระหง่านริมอ่าววิกตอเรีย

รถบัสสองชั้นพาพวกเราลัดเลาะผ่านพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกอย่าง M+ และ Hong Kong Palace Museum มายัง WestK Art Park ส่วนหนึ่งของโครงการถมทะเลเลียบอ่าววิกตอเรีย เพื่อพัฒนาพื้นที่ศิลปะวัฒนธรรม (West Kowloon Cultural District หรือ WestK) ซึ่งที่นี่ทำให้เราได้สัมผัสกับภาพของฮ่องกงที่ชัดเจนขึ้นในมิติของไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เป็นปอดแห่งใหม่ของเมือง ได้นั่งมองดูผู้คนมาออกกำลังกาย นำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น นั่งอ่านหนังสือริมทะเล และทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีฉากหลังเป็นวิวตึกระฟ้าของย่าน Central และประกายแสงแดดยามเย็นที่ระยิบระยับบนผิวน้ำทะเล

hong kong
บรรยากาศพระทิตย์ตกดินริมอ่าววิกตอเรีย ในโครงการ WestK สวยจนไม่อยากละสายตา
hong kong
วิวพาโนรามาของฝั่ง Central เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า สีสันของฮ่องกงก็เริ่มต้นขึ้น

Day 3 | HONG KONG Island
ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ ด้วยไอเดียสร้างสรรค์

วันสุดท้ายของทริปก็มาถึง สำหรับแผนสำรวจย่าน Central ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินของฮ่องกง ที่หลายจุดได้มีการนำมรดกทางสถาปัตยกรรมมาเล่าเรื่องใหม่ คณะเดินทางของเรานั่ง MTR ลอดทะเลมายังย่าน Central-Sheung Wan เริ่มต้นเดินเท้าไปยังวัดเล็ก ๆ ชื่อว่า กว๋อง-ฟก-ฉี่-ห่อง (Kwong Fook Tsz) [MTR Sheung Wan ทางออก A2] หรือ วัดจี้กง ที่คนฮ่องกงนิยมมาสักการะเทพหยืดว์-โหลว หรือผู้เฒ่าจันทรา เทพพ่อสื่อในตำนานเพื่อขอพรในเรื่องคู่ครอง

มายังฝั่ง Central แวะสักการะเทพหยืดว์-โหลว (ผู้เฒ่าจันทรา) ที่ กว๋อง-ฟก-ฉี่-ห่อง (Kwong Fook Tsz) หรือ วัดจี้กง

จากนั้นจึงมาเริ่มต้นทำความรู้จักกับโซนนี้กันที่ Central Market อาคารคอนกรีตสไตล์ Bauhaus ที่ถูกชุบชีวิตใหม่จากตลาดสดมาสู่ไลฟ์สไตล์ฮับ ศูนย์รวมร้านอาหารและแหล่งของกิน ก่อนจะเดินเที่ยวต่อไปยังไต่กู๋น (Tai Kwun) อดีตสถานีตำรวจและเรือนจำเก่าแก่ที่ถูกเนรมิตใหม่โดยสถาปนิกชั้นนำระดับโลกอย่าง Herzog & de Meuron โครงสร้างอิฐแดงเดิมถูกเชื่อมต่อเข้ากับอาคารทรงล้ำยุค จนทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ มีการจัดนิทรรศการทั้งถาวรและหมุนเวียนที่น่าสนใจมากมาย ก่อนจะเดินทางไปชมไอเดียการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์กันต่อที่ PMQ (Police Married Quarters) อดีตอาคารพักอาศัยของตำรวจแต่งงาน ที่ปัจจุบันกลายเป็นสตูดิโอออกแบบ ร้านค้างานดีไซน์ท้องถิ่น และพื้นที่แสดงผลงานของครีเอทีฟรุ่นใหม่ของฮ่องกง 

Central Market อาคารคอนกรีตสไตล์ Bauhaus ที่ถูกชุบชีวิตใหม่จากตลาดสดมาสู่ไลฟ์สไตล์ฮับ ศูนย์รวมร้านอาหารและแหล่งของกิน
ภายในอาคารยังเก็บโครงสร้างเดิมเอาไว้อย่างสมบูรณ์
โซนร้านอาหารใน Central Market

เราสังเกตเห็นว่าข้อดีของย่านท่องเที่ยวแห่งนี้คือการเชื่อมต่อกันอย่างสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังจุดสำคัญได้ด้วย Central-Mid-Levels Escalators ระบบบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก ที่ทำให้เคลื่อนตัวผ่านตรอกซอกซอยอันซับซ้อนและเนินเขาของย่านนี้ได้อย่างสะดวก ซึ่งหากใครยังนึกไม่ออก อาจย้อนไปชมบันไดเลื่อนที่ปรากฏในภาพยนตร์ Chungking Express ดูอีกครั้งก็ได้

hong kong
ไต่กู๋น (Tai Kwun) อดีตสถานีตำรวจและเรือนจำเก่า ที่ถูกเปลี่ยนบทบาทเป็นพื้นที่นิทรรศการ
บริเวณห้องขังของเรือนจำเปิดให้เข้าชมฟรี จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของที่แห่งนี้
โครงสร้างอิฐแดงสุดคลาสสิกและเปี่ยมเสน่ห์ยังสมบูรณ์
hong kong
ลานด้านนอกยังมีการจัดแสดงงานศิลปะแบบ Installation
hong kong
อาคารสร้างใหม่ในพื้นที่ไต่กู๋น ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลกอย่าง Herzog & de Meuron หากมองจากมุมนี้จะเห็นอาคารสุดทันสมัยในซอกตึกดั้งเดิม เป็นภาพความแตกต่างแบบสุดขั้ว
hong kong
PMQ (Police Married Quarters) อดีตอาคารพักอาศัยของตำรวจ ปัจจุบันกลายเป็นสตูดิโอออกแบบ ร้านค้างานดีไซน์ท้องถิ่น และพื้นที่แสดงผลงานของครีเอทีฟรุ่นใหม่ของฮ่องกง
ร้านค้าภายในอาคาร PMQ
Central-Mid-Levels Escalators ระบบบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก ที่ทำให้เคลื่อนตัวผ่านตรอกซอกซอยอันซับซ้อนและเนินเขาของย่านนี้ได้อย่างสะดวก

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนกลับเราแวะถ่ายภาพกับศิลปะบนกำแพงกันที่ Graham Street และเดินทางข้ามฝั่งด้วยเรือ Star Ferry กลับสู่ฝั่งเกาลูน เพื่อเตรียมตัวบอกลาดินแดนอันเปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ และเฝ้ารอวันที่จะได้กลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง

hong kong
แม้จะมี MTR วิ่งลอดทะเลเชื่อมต่อระหว่างฝั่งเกาลูนและฝั่งเซนทรัล แต่ท่าเรือ Star Ferry ยังมีความคึกคักและถูกใช้งานอยู่เสมอ สำหรับพวกเราการใช้บริการเรือคือการได้ชมวิวฮ่องกงในอีกมุม

Explorers’ Note | เพื่อการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ

บัตร Octopus Card ทำหน้าที่เป็น IC Card ที่สะดวกมาก ๆ พกใบเดียวที่ใช้จ่ายได้ทั้งรถไฟใต้ดิน MTR, รถบัส, รถราง, เรือ Star Ferry ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่น

• การเดินทางตลอดทริปนี้พึ่งพาเพียงบัตร Octopus Card ใบเดียวที่ใช้จ่ายได้ทั้งรถไฟใต้ดิน MTR, รถบัส, รถราง, เรือ Star Ferry ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่น
• สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพ จุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดคือ สะพานลอยมงก๊ก | มุมบันไดอิฐแดงและอาคารใน Tai Kwun | กำแพงสตรีทอาร์ต Graham Street | ซุ้มเสาเฉียงของ Hong Kong Cultural Centre | วิวพระอาทิตย์ตกริมอ่าวที่ WestK Art Park

hong kong

EXPLORERS: เอ็กซ์, ออโต้, บอม, กำปั่น, กิ๊ป, ปิง, ปุ๊กกี้, ม่อน
PHOTOGRAPHER: ออโต้-ณัฐวรรธน์ ไทยเสน, บอม-ธนายุทธ วิลาทัน
GRAPHIC DESIGNER: ตูน, เต้, เฟี๊ยต

SPECIAL THANKS:
ร้าน Shai Wong Hip | No 170,Apliu St, Sham Shui Po, Hong Kong
ร้าน Lau Sum Kee Noodle | No 80 Fuk Wing St,Sham Shui Po, Hong Kong
ร้าน Oi Man Sang | Sham Shui Po Building, 1A-1C Shek Kip Mei St, Sham Shui Po, Hong Kong
ร้าน Sun Hang Yuen | No 186 Yu Chau St, Sham Shui Po, Hong Kong