Type and press Enter.

วิทยา สันติสุขไพบูลย์ บ้านทุ่งประดู่ ทับสะแก

บ้านทุ่งประดู่

การยกระดับชุมชน บ้านทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยว จากความตั้งใจในการแก้ไขปัญหารายได้ของคนในชุมชนที่มีความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย

วิทยา สันติสุขไพบูลย์ ในฐานะประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งประดู่ ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง บ้านทุ่งประดู่ และทำให้พวกเรา BAANLAESUAN EXPLORERS CLUB อยากออกเดินทางมาพูดคุยกับเขาในครั้งนี้ เรานัดพบกับพี่วิทยาในสวนมะพร้าวของครอบครัวเขาเอง ที่เปิดบ้านต้อนรับพวกเราด้วยของกินอร่อย ๆ กันระหว่างรอ จากนั้นไม่นานเขาปีนลงจากต้นมะพร้าวหลังเก็บน้ำตาลมะพร้าวแบบสด ๆ ก่อนจะขยับมานั่งเล่าเรื่องราวในพวกเราฟังทั้งในชุดทำงาน

จุดอ่อนคือความผันผวน ส่วนจุดแข็งมาจากผืนดิน

วิทยาเป็นคนทุ่งประดู่โดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร และจบการศึกษาด้านเกษตรมาโดยตรง เมื่อทำงานเป็นนักวิชาการเกษตรที่เมืองกาญอยู่พักหนึ่ง เขามองย้อนกลับมายังบ้านเกิด และเห็นถึงความเปราะบางของอาชีพเกษตร ในวันหนึ่งเมื่อลูกหลานเกษตรกรอย่างเขาได้เสริมความรู้ทางวิชาการ ทำให้เขามองเห็นว่าอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมมีจุดอ่อนที่สำคัญคือ ‘ไม่สามารถควบคุมเงื่อนไขของราคาผลผลิตได้’ จึงนำไปสู่ปัญหาการเงินในครอบครัวเมื่อราคามะพร้าวผันผวน “ในวิถีทางอาชีพเกษตรกรรมเนี่ยครับ มันมีจุดเปราะบางจุดหนึ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ก็คือเงื่อนไขของราคา ผมคิดว่าอะไรก็ตามที่เราผลิตแล้วไม่สามารถกำหนดเองได้ ก็ไม่ควรทำ” พี่วิทยาให้ข้อคิด

เราคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามะพร้าวทับสะแก เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มูลค่าสูงกว่าแหล่งปลูกอื่น เนื่องจากให้ผลใหญ่และเนื้อหนา ขณะเดียวกันเรายังได้รู้ความลับอีกอย่างของพื้นที่แห่งนี้เกี่ยวกับ หาดทรายในพื้นที่ทับสะแก โดยเฉพาะบริเวณบ้านทุ่งประดู่ เป็นหาดทรายที่มีคุณสมบัติอันน่าสนใจและกลายเป็นเรื่องราวที่ชาวชุมชนหยิบขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้มิติด้านการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย

พี่วิทยาเสริมข้อมูลกับเราเกี่ยวกับทรายบริเวณนี้ว่า เป็นหนึ่งในลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นจากอิทธิพลความลาดเอียงของพื้นที่จากเทือกเขาตะนาวศรี ที่ลาดลงสู่ทะเลอ่าวไทยประมาณ 3-7 องศา และความลาดเอียงเล็ก ๆ นี้เอง ที่ก่อให้เกิดการพัดพาเอาแร่ธาตุที่สะสมมานานหลายร้อยล้านปีมาทับถมกันจนเป็นตะกอนบริเวณปากคลองทับสะแก จนทำให้ทรายในพื้นที่มีกลุ่มสายแร่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ แร่ควอตซ์ (Quartz) และแร่เฟลด์สปาร์ (Feldspar) ซึ่งแร่ธาตุดังกล่าวนี้เอง ทำให้ทรายมีลักษณะเป็นผลึกแก้วและสะสมความร้อนจากแสงแดดได้ดี และกลายเป็นคุณสมบัติเด่นที่ถูกต่อยอดไปเป็นกิจกรรมสปาทรายบำบัด สำหรับนักเที่ยวที่สนใจ

ขณะเดียวกัน มะพร้าวทับสะแกที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวไปข้างต้นนั้นทำให้ผลผลิตจากทับสะแกแตกต่างจากที่อื่น ให้รสชาติที่มีความหอมมัน ก็มีความเป็นไปได้ว่า จุดเด่นเหล่านี้อาจมีผลพวงมาจากแร่ธาตุที่เหมาะสมจากกระบวนการเกิดดินในแต่ละชั้นได้ส่งผลโดยตรงต่อมะพร้าวทุก ๆ ลูกจากทับสะแก

บ้านทุ่งประดู่
บ้านทุ่งประดู่

ดึงจุดเด่นมาสร้างมูลค่า

ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ชาวชุมชนจึงเกิดแนวคิดในการนำจุดเด่นของ มะพร้าวทับสะแกและหาดทราย มาเป็นเรื่องเล่าหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของ บ้านทุ่งประดู่ พี่วิทยาเล่าย้อนกลับไปถึงวันแรก ๆ ที่เขาเริ่มชักชวนชาวชุมชนให้ลองเปิดบ้านเป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยว ซึ่งเหนืออื่นใด เขาต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนความคิดของเพื่อนบ้านก่อนเป็นอย่างแรก

“ปัญหาของชาวบ้านเรามองว่ามันคืออุปสรรค มันคือสิ่งไม่เพราะ มันคือสิ่งไม่สวยหรู แต่ในสิ่งนั้นนะครับมันคือมนต์เสน่ห์ การเล่าเรื่องเนี่ยเปรียบเสมือนกับญาติกลับมาเยี่ยมบ้าน… มีความรู้สึกเป็นไมตรีนะครับ โดยที่ไม่ได้มีการเสแสร้ง” พี่วิทยาเล่า

เพราะความเป็นจริง เพียงแค่ลองเปลี่ยนมุมมอง และหยิบเอาวิถีชีวิตจริงมาเป็นเรื่องเล่า ชุมชนก็สามารถเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย ด้วยวิธีการง่าย ๆ อย่างการเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจให้เข้ามาสัมผัสวิถีเกษตรของชาวชุมชน ซึ่งในปัจจุบันบ้านทุ่งประดู่นับเป็นหมุดหมายหนึ่งในการเป็นแหล่งเรียนรู้ในหลายหัวข้อสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ ตั้งแต่ปลูกผักด้วยเกษตรอินทรีย์ เรียนรู้การทำมะพร้าวกะทิจากมะพร้าวทับสะแก ทำเมนูของหวานอัญมณีนกคุ้ม ชมวิถีชีวิตชาวประมงท้องถิ่น รวมถึงการทำสปาทราย กิจกรรมพักผ่อนที่จะช่วยให้ผ่อนคลาย บำบัดฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ฟังเสียงคลื่นระหว่างนอนรับลมริมหาดได้ด้วย

ทางฝั่งการบริหารจัดการ บ้านทุ่งประดู่มีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งประดู่ ยึดหลักการบริหารจัดการที่เน้นความสมัครใจและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันชาวชุมชนยังมีข้อตกลงร่วมกันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม เช่น การใช้ระบบแท็กซี่ชุมชน หรือ ซาเล้งชุมชน พานักท่องเที่ยวหมุนเวียนไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อให้รายได้กระจายอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกอยู่แค่จุดใดจุดหนึ่ง และระบบการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้การท่องเที่ยวกับอาชีพหลักดำเนินไปคู่กันได้อย่างสมดุล ชาวบ้านยังคงทำอาชีพหลักได้ตามปกติ ไม่ต้องทิ้งอาชีพดั้งเดิมมาพึ่งการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว 

บ้านทุ่งประดู่
บ้านทุ่งประดู่

ชุมชนที่เข้าใจตัวตน

แนวคิดการพัฒนาชุมชนที่พี่วิทยาและคนในชุมชนร่วมกันทำนั้นอาจไม่ใช่การทำตามแบบแผนสำเร็จรูปจากที่อื่นได้ทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความสอดคล้องกับความพร้อมที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เอง หรือ สรีระของชุมชน “ชุมชนทุ่งประดู่ของเราเนี่ยครับ ไม่สามารถที่ทำการใส่เสื้อโหลได้ ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวเนี่ยครับ เปรียบเสมือนกับดาบสองคม ถ้าเราไม่รู้จักการใช้ครับ คมด้านหนึ่งจะหันเข้าหาเรา” พี่วิทยาเสริม

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเตรียม แผนรับมือวิกฤตการณ์และสภาพอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของกิจกรรม โดยอุปมาถึงความยืดหยุ่นของชุมชนที่สามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่านโยบายหรือกระแสจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรว่าชุมชนทุ่งประดู่จะทำตัวเหมือนกับฟองคลื่นที่จะยังคงอยู่ต่อไปแม้กระแสคลื่นจะถอยร่นออกไปจากฝั่งแล้ว และยังเน้นย้ำถึงการสร้างความยั่งยืนผ่านการส่งต่อหน้าที่ให้คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ลูกหลานกลับมาพัฒนาบ้านเกิดและขับเคลื่อนชุมชนให้เป็นสังคมอุดมสุขที่พึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

“เราคือไม้ผลัดแรกที่พาให้เขาเนี่ยวิ่งไปกับเรา เมื่อเขามองเห็นโอกาสแล้วเขาสามารถรับไม้ผลัดนี้แล้ววิ่งต่อไปได้” เพื่อให้ในอนาคตต่อจากนี้ ชุมชนบ้านทุ่งประดู่จะเป็นสังคมอุดมสุข ที่ทุกคนมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การพึ่งพาอาศัยกันและมีความสุขในวิถีชีวิตของตนเอง

บ้านทุ่งประดู่

ของดีทับสะแกที่ บ้านทุ่งประดู่

เรื่องเล่าจากพี่วิทยา ทำเอาพวกเราอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก จนต้องไปค้นหาข้อมูลของดีจากที่นี่เพิ่มเติมจนพบว่า นอกจากหาดทรายที่แร่ธาตุสูงแล้ว มะพร้าวทับสะแกที่เล่าไปข้างต้นนั้น ยังเป็นหนึ่งในสินค้า GI (Geographical Indication) ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ไม่เพียงแต่ผลใหญ่เนื้อหนาเท่านั้น แต่ยังกะทิมีความมันสูงและเข้มข้นอีกด้วย และนอกจากการขายผลสด ชุมชนยังนำมาเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิม ทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แปรรูปทำมะพร้าวกะทิ ไปจนถึงเมนูของหวานอย่าง “อัญมณีนกคุ้ม” ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ยังสร้างจุดเด่นด้วยการนำกะทิจากมะพร้าวทับสะแกมาเป็นวัตถุดิบสำคัญเพื่อยกระดับความอร่อยให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย มากไปกว่านั้นยังนำวัสุดเหลือใช้จากต้นมะพร้าวมาทำงานหัตถกรรม ของใช้ ของที่ระลึก เพื่อลดขยะในชุมชนตามแนวทาง Zero Waste ได้อีกต่อหนึ่งด้วย

เส้นทางของเรื่องราวนี้ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะเมื่อขยับออกจากเรื่องราวของมะพร้าวทับสะแก มาโฟกัสที่ สปาทราย เรายังพบว่าคุณสมบัติของทรายที่เป็นผลึกแก้วนั้นทำให้ทรายที่หาดบ้านทุ่งประดู่เก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีแม้จะเป็นยามแดดร่มลมตก ไออุ่นจากเม็ดทรายเหล่านั้นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย จนทำให้กิจกรรมสปาทรายริมหาดบ้านทุ่งประดู่เป็นจุดที่ได้รับความนิยมจากผู้คนมาอย่างต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้

บ้านทุ่งประดู่

ในท้ายที่สุดการลุกขึ้นมาพัฒนาชุมชนบ้านเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อนมากเกินลงมือทำ เพราะจากการแวะเวียนไปในหลาย ๆ ชุมชน หลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เราพบความเชื่อมโยงหนึ่งที่น่าสนใจคือ การที่ชุมชนนั้น ๆ ได้ทำความรู้จักตัวเอง เข้าใจว่าชุมชนมีของดีอะไร และหยิบสิ่งเหล่านั้นมาสร้างความน่าสนใจ สร้างแรงดึงดูด พร้อมด้วยการเสริมความยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการที่ดี สามารถส่งไม้ต่อให้คนรุ่นถัดไปได้พัฒนาต่อไป

AUTHOR: เอ็กซ์-พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร
EXPLORERS: วิทยา สันติสุขไพบูลย์
PHOTOGRAPHER: บอม-ธนายุทธ วิลาทัน
GRAPHIC DESIGNER: ตูน-เรืองเพชร เวชวิทย์