Type and press Enter.

กลุ่มลูกหว้า

กลุ่มลูกหว้า คือเยาวชนเมืองเพชร ที่ตั้งใจเปลี่ยนเมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อรักษาภูมิปัญญาชุมชน

กลุ่มลูกหว้า ในบทบาทการปลุกมรดกท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิต ผ่านการเล่าเรื่องและการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้คนในชุมชนและผู้มาเยือนเห็นคุณค่าของรากเหง้าวัฒนธรรมเมืองเพชรบุรีร่วมกัน

ครั้งนี้ ผู้ก่อตั้งและสมาชิกกลุ่มลูกหว้าได้เปิด ‘บ้านปราณิสา’ เรือนไม้โบราณสุดคลาสสิกบนถนนพานิชเจริญ ในตัวเมืองเพชรบุรี ให้กับพวกเรา BAANLAESUAN EXPLORERS CLUB ร่วมพูดคุย เรื่องราวความตั้งใจสืบสานงานช่างสิบหมู่และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับครูช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปลี่ยนสถานะเยาวชนจาก ‘ผู้เรียน’ ให้กลายเป็น ‘นักเล่าเรื่อง’ และผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่น่าสนใจของชุมชนพวกเขาเอง

กลุ่มลูกหว้า

ครูผู้อยู่เบื้องหลัง กลุ่มลูกหว้า

เรื่องราวของกลุ่มลูกหว้า เริ่มต้นจากความตั้งใจเล็ก ๆ ของ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม ที่อยากให้เด็กในชุมชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการเรียนรู้ภูมิปัญญางานช่างเมืองเพชร มรดกเมืองที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยรวมกลุ่มกันหลังเลิกเรียนและวันหยุด พากันไปฟังเรื่องราวจากครูช่างที่เชี่ยวชาญในงานศิลปะแขนงต่างๆ ที่พวกเขาเห็นบ่อยจนชินตา เช่น งานปูนปั้น และ งานแกะสลักไม้ เอกลักษณ์ของสกุลช่างเมืองเพชรที่พบเห็นได้ทั่วไปตามวัดและชุมชน
“มันเปรียบเสมือนมรดกของคนรุ่นก่อน ๆ นะ ที่มันยังคงถูกใช้ ถูกรักษา และก็ถูกถ่ายทอดไว้ ถ้าเราพูดมันว่าเป็นมรดกที่มีชีวิต มันก็คงไม่ผิดนะ ว่ามันไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ อยู่เฉย ๆ แต่ว่ายังมีการส่งต่อกันอยู่” ครูจำลองเกริ่น

ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มลูกหว้า
เตรียมตัวก่อนการสนทนา

เด็กใฝ่รู้ สู่ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว

ในวงสนทนาครั้งนั้นพวกเรายังได้พบกับ ป๊อบ สุดาลักษณ์ บัวคลี่ สมาชิกรายแรก ๆ ของกลุ่มลูกหว้า ที่ย้อนกลับไปได้นานกว่าสิบปีมาแล้ว เธอเล่าให้เราฟังว่า ในตอนนั้นการเข้าร่วมกลุ่มเริ่มต้นเพียงการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับมาร่วมกลุ่มบ่อยครั้งขึ้นเพราะความสนุกจากเรียนได้ทำความรู้จักกับเรื่องราวในชุมชนรอบตัว

“เหมือนฝังชิปอะไรบางอย่างไปให้เรา… แล้วเราก็เลยรู้สึกว่าซึมซับในงานศิลปะไปโดยไม่รู้ตัว… มองเห็นว่าถ้าเราอยู่ตรงไหนแล้วมีคุณค่า เราจะทำตรงนั้นให้มันเกิดประโยชน์กับตัวเราเองและคนอื่นได้มากกว่า ก็เลยเลือกที่จะกลับมาทำงานที่บ้าน ซึ่งงานสกุลช่างเมืองเพชรเป็นเรื่องใกล้ตัว… เป็นงานศิลปะที่อยู่ใกล้ตัว แต่ว่าเราไม่สามารถเรียนได้ในโรงเรียน… กิจกรรมของกลุ่มลูกหว้าทำให้เราได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวหรือใกล้ตัวเราเนี่ยมีคุณค่าขนาดไหน””  คุณป๊อบกล่าว 

กลุ่มลูกหว้า
(ขวา) ป๊อบ สุดาลักษณ์ บัวคลี่ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มลูกหว้า

จนกระทั่งเมื่อเรียบจบ ป๊อบก็ตัดสินใจกลับเพชรบุรีมาทำงานในกลุ่มลูกหว้าอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับเพื่อน ๆ กลุ่มลูกหว้า อีกหลายต่อหลายคน ที่ตัดสินใจกลับมาพัฒนาชุมชนหลังเรียนจบ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ดี ๆ ที่ทุกคนเคยได้รับ ไปสู่เด็กรุ่นใหม่ที่สนใจ และทำให้กลุ่มลูกหว้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะ ‘เยาวชนนักเล่าเรื่อง’ ร่วมมือกันเพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง โดยใช้บทบาทในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงความรู้จากครูช่างอาวุโสไปสู่วงกว้าง

“เขาภาคภูมิใจในฐานะที่เขาเนี่ย กลายเป็นผู้รู้ไปแล้ว… ท้ายที่สุดอาจจะไม่ใช่คนที่เข้ามาลงมือทำงานช่างจริง แต่เป็นผู้ที่คอยถ่ายทอดความงดงามของงานช่างเมืองเพชรออกไปให้คนอื่น ๆ ได้รู้ต่อเนื่อง… เป็นนักเล่าเรื่อง” ครูจำลองเสริม

แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้กระบวนการงานช่างโบราณนั้น ทุกคนไม่จำเป็นจะต้องเติบโตไปเป็นช่างมืออาชีพเพียงอย่างเดียว แต่การทำความเข้าใจขั้นตอนและสามารถนำไปบอกเล่าต่อได้อย่างถูกต้อง ก็นับเป็นการปกป้องรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เช่นเดียวกัน

หนูแดง – สุนิสา ประทุมเทือง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มลูกหว้า

ชุมชนแห่งการเรียนรู้

นอกจากการถ่ายทอดมรดกทางภูมิปัญญามาเก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับ Storytelling แล้ว เรื่องเล่าทางภูมิปัญญายังถูกนำมาผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวในเมืองเพชรบุรี ผ่านพื้นที่เรียนรู้ที่ออกแบบให้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตเข้ากับวิถีชุมชน ซึ่งหากการเดินทางมาเยือนเมืองเพชรเพื่อเที่ยวบ้านชมเมืองตามปกติแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนบทบาทจากนักท่องเที่ยวปกติ มาเป็นผู้เรียนรู้ศิลปะเมืองเพชร โดยมีกิจกรรมเวิร์กชอปที่ย่อยเนื้อหางานช่างยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย และสร้างรูปแบบกิจกรรมที่ทำเสร็จได้ในเวลาสั้น ๆ เช่น กิจกรรมมหัศจรรย์พวงมโหตร ที่ใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็ทำให้ผู้เรียนสัมผัสถึงคุณค่าของศิลปะได้ทันที

โดยกำหนดให้พื้นที่เรียนรู้เหล่านี้กระจายตัวอยู่ตามแหล่งชุมชนและวัดสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีจุดทำกิจกรรมอยู่ 3 จุดหลักด้วยกัน

จุดที่ 1. วัดใหญ่สุวรรณาราม

การมาเที่ยวเมืองเพชรอาจเริ่มต้นด้วยการไหว้พระและชมศิลปะอันงดงามภายในวัด ซึ่งเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นครู มากไปกว่านั้นที่นี่มียังหอศิลป์เล็ก ๆ ของกลุ่มลูกหว้าตั้งอยู่ ให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรม Workshop แบบ Walk-in ได้ตลอดเวลา ร่วมสนุกกับกิจกรรมมหัศจรรย์พวงมโหตร งานกระดาษฉลุลายที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่กลับช่วยให้ทุกคนเข้าใจและภาคภูมิใจในงานศิลปะเมืองเพชรได้ทันที

จุดที่ 2. เขาวัง (พระนครคีรี)

พื้นที่เรียนรู้จุดที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีเคเบิลคาร์ใกล้ ๆ กับทางขึ้นเขาวัง เป็นจุดที่กลุ่มลูกหว้าใช้สื่อสารเรื่องราวของเมืองและจัดกิจกรรม เพื่อให้คนที่ตั้งใจมาเที่ยวโบราณสถานได้สัมผัสกับประสบการณ์งานคราฟต์ไปพร้อม ๆ กัน

จุดที่ 3. ย่านถนนพานิชเจริญ

ถนนเส้นนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมศิลปะที่แทรกอยู่ตามบ้านเรือนได้ตลอดทาง เช่น รูปปั้นบนชานเรือน ลายฉลุไม้ หรือเหล็กดัดที่เกิดจากฝีมือช่างพื้นบ้าน เป็นต้น ซึ่งทำให้พื้นที่เรียนรู้จุดนี้น่าสนใจและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะช่วงเย็นวันเสาร์ถนนเส้นนี้จะเปิดเส้นทางสัญจร ให้เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านรวงของพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ และกิจกรรมเวิร์กชอปสนุก ๆ จากกลุ่มลูกหว้าโดยการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองเพชรบุรี ให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัส ท่ามกลางบรรยากาศชุมชนอันแสนคึกคักนับตั้งแต่ช่วงเย็นแดดร่มลมตก เรื่อยไปจนค่ำ

ทั้ง 3 แห่งเป็นจุดการเรียนรู้ที่กลุ่มลูกหว้าตั้งใจผลักดันแนวคิด “เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนถนน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์” ช่วยให้ผู้ที่สนใจได้เข้าถึงศิลปะและภูมิปัญญาได้ง่ายขึ้น สามารถเข้าไปทำความรู้จักชุมชนเมืองเพชรได้อย่างเป็นมิตร

กลุ่มลูกหว้า
กลุ่มลูกหว้า
กลุ่มลูกหว้า
กลุ่มลูกหว้า

ถนนมีชีวิต พานิชเจริญ

เมื่อช่วงต้น เราได้พูดถึงบ้านปราณิสา ที่เราใช้เป็นจุดนัดพบกับกลุ่มลูกหว้าในครั้งนี้ ซึ่งบ้านไม้โบราณหลังนี้เป็นหนึ่งในลมหายใจของย่าน กับบทบาทในการเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการหมุนเวียนและพื้นที่รวมกลุ่มเวิร์กชอปเล็ก ๆ

กลุ่มลูกหว้า
กลุ่มลูกหว้า
กลุ่มลูกหว้า

ขณะเดียวกันบนถนนสายนี้ยังมีบ้านโบราณที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ กันอีกหลายจุด อย่าง ‘บ้านจันทเพ็ญ’ เรือนไม้เก่าอายุกว่า 120 ปี ก็ยังเก็บรักษาข้าวของโบราณที่แสดงถึงวิถีชีวิตในอดีตเอาไว้ รวมถึง ‘โรงไม้ต้นโพธิ์’ ที่แม้จะปิดทำการไปนานแล้ว แต่ตอนนี้พื้นที่โรงไม้ขนาดใหญ่แห่งนี้ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นหอสมุดภาพเก่า ที่รวบรวมภาพหาดูยากของเมืองเพชรบุรีในอดีตให้เข้าชม โดยแบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นเวิร์กชอปงานเซรามิกที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาร่วมกิจกรรมได้

กลุ่มลูกหว้า

เรื่องราวที่พวกเรา BAANLAESUAN EXPLORERS CLUB นำมาบอกเล่าทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความตั้งใจ ที่กลุ่มลูกหว้าหวังเพื่อเป็นกำลังหนึ่งในการผลักดันแนวคิดด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย ไปพร้อมกับการแปรรูปทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นงรายได้หมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ให้เพชรบุรี เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ที่คนในท้องถิ่นภาคภูมิใจและสามารถจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เป็นชาวบ้านที่สวมบทบาท “ภัณฑารักษ์” หรือ “มัคคุเทศก์” เป็นเจ้าของบ้านที่ดูแลมรดกศิลปะในบ้านของตนเอง และพร้อมที่จะเป็น Storyteller ให้กับผู้มาเยือน

“เราก็อยากเห็นเพชรบุรีเป็นพื้นที่เรียนรู้ และผู้คนเมืองเพชรสามารถที่จะเปิดบ้านตัวเอง หรือว่าจัดการพื้นที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง มากไปกว่านั้นเรายังเชื่อว่าทุกชุมชนนั้นมีเรื่องเล่า ทีนี้เราจะทำยังไงให้ชุมชนเขาได้เล่าเรื่อง เพราะการเล่าเรื่องของชุมชน มันจะมีพลังกลับมาสร้างชุมชนของตัวเอง” ครูจำลองกล้าวทิ้งท้าย

AUTHOR: เอ็กซ์-พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร
EXPLORERS: กลุ่มลูกหว้า เพชรบุรี
PHOTOGRAPHER: บอม-ธนายุทธ วิลาทัน
GRAPHIC DESIGNER: ตูน-เรืองเพชร เวชวิทย์