ถ้าการเดินทางมาไต้หวันครั้งแรก เชื่อว่าทุกคนเลือกที่จะมาไทเปก่อนเสมอ
แน่นอนว่า ไทเปคือแหล่งแหล่งรวมสีสันและความบันเทิง
ใคร ๆ ก็อยากพบเจอในมุมนั้น โดยเฉพาะสายช้อปปิ้ง ไทเปยังเป็นคำตอบ
แต่ถ้าคุณได้มีโอกาสมาเป็นครั้งที่สอง ผมขอแนะนำให้มาเที่ยวผิงตง เมืองที่คุณต้องลองมาสัมผัส

“ผิงตง” อยู่ตรงไหน
“ผิงตง” ตั้งอยู่ใต้สุดของเกาะไต้หวัน เมืองที่ซ่อนบางสิ่งจากธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ในมุมมองแบบ “Unseen Wonders” ผิงตง (Pingtung) ไม่ได้มีแค่ทะเลที่โอบล้อมถึงสามด้าน แต่ที่นี่คือการพบกันของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภูมิปัญญาที่ส่งต่อผ่านกาลเวลา และพลังของชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ที่หยิบเอาเรื่องราวในอดีตมาเล่าใหม่ได้อย่างทรงพลังและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
ผิงตงมีภูมิประเทศที่ทอดตัวยาว ครอบคลุมตั้งแต่ทิวเขาสูงชัน ป่าดิบชื้น ไปจนถึงแนวชายฝั่งที่ทอดยาวจรดมหาสมุทรแปซิฟิกและช่องแคบไต้หวัน ด้วยความได้เปรียบทางธรรมชาติ ผิงตงจึงเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของวิถีเกษตรกรรมและประมงที่ยั่งยืน ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามจนได้การขนานนามว่า “ฮาวาย แห่งไต้หวัน”

ของดีผิงตง
- ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ที่ตลาดปลาตงกั่งคือหัวใจของอุตสาหกรรมประมงท้องถิ่น ที่นี่คือหนึ่งในจุดประมูลปลาทูน่าที่คึกคักที่สุดในเอเชีย ซึ่งร้านอาหารที่ผิงตงจะแข่งกันประมูลปลาทูน่าตัวแรกของฤดูกาล และขึ้นฝั่งเป็นตัวแรกให้กับร้านของตัวเอง ซึ่งเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่ทำอาหารทะเลสดใหม่เสมอ สะท้อนวิถีชีวิตชาวเลที่ผูกพันกับสายน้ำ
- โกโก้และช็อกโกแลต (Tree-to-Bar) จากสวนหมากดั้งเดิม เกษตรกรท้องถิ่นได้ปรับตัวหันมาปลูกโกโก้ด้วยวิถีเกษตรยั่งยืน ปลูกเอง ดูแลต้นโกโก้เอง เก็บเกี่ยว หมัก ตาก คั่ว บด จนช็อกโกแลตของผิงตงผงาดคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน และแบรนด์ช็อกโกแลตท้องถิ่นของผิงตงอย่าง Fu Wan Chocolate สามารถกวาดรางวัลใหญ่ระดับโลกจากเวที International Chocolate Awards มาแล้ว ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางช็อกโกแลตแบบ Tree-to-Bar ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- ชมพู่ไต้หวัน (Black Pearl Wax Apple) ผลไม้แห่งความภาคภูมิใจที่ปลูกในพื้นที่ดินเค็มริมทะเล ทำให้ได้เนื้อที่หวานฉ่ำและกรอบแน่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในเขตหลินเปียน (Linbian) และฟางเหลียว (Fangliao) ของเมืองผิงตง สภาพดินที่มีความเค็มสูงและลมทะเลในพื้นที่บริเวณนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่บีบให้ต้นชมพู่ต้องกักเก็บสารอาหารและน้ำตาลไว้ในผล ส่งผลให้ได้ชมพู่ที่มีสีแดงเข้มจัด รสชาติหวานฉ่ำ และเนื้อสัมผัสกรอบแน่นกว่าแหล่งปลูกอื่น เสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้ชิม
เมื่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ทำให้ได้ผลผลิตจากธรรมชาติที่เลิศรส ผสมผสานด้วยวิถีชีวิตที่เนิบช้า ผิงตงจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและจุดแวะพักที่พร้อมให้เราสำรวจผิงตง ในมุมที่ต่างไปจากเคย และนี่คือพิกัดไฮไลต์ที่ตอบคำถามว่า… มาผิงตงแล้ว ไปเที่ยวตรงไหนดี

1. วัดฉือเฟิ่งกง (Pingtung Cifeng Temple) งานพุทธศิลป์และศูนย์รวมศรัทธา
วัดคู่บ้านคู่เมืองที่ยืนหยัดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง (ปี ค.ศ. 1737) ที่นี่ไม่ใช่แค่ศาสนสถาน แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชีวิต ชาวเมืองร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อบูชา เจ้าแม่ทับทิม (Mazu) เทพธิดาแห่งท้องทะเล สถาปัตยกรรมของวัดมีความวิจิตรขั้นสุด ทั้งงานแกะสลักไม้สามมิติบนขื่อหลังคา และเครื่องปั้นดินเผาประดับหลังคาแบบโคจิ การเดินชมวัดนี้คือการได้เห็นภาพสะท้อนของชุมชนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านแรงศรัทธา

2. โรงงานยาสูบผิงตง 1936 (Pingtung 1936 Tobacco Culture Base / PT1936)
จากอดีตโรงงานยาสูบขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1936 ซึ่งเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจผิงตง ปัจจุบันถูกพลิกโฉมให้เป็น Immersive Museum ระดับโลก โครงสร้างเหล็กและเครื่องจักรยักษ์โบราณถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ และเติมชีวิตชีวาด้วยเทคโนโลยี แสง สี เสียง และ Projection Mapping มีการนำผลงานจากศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง ยาโยอิ คุซามะ, โยชิโตโมะ นาระ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีโซนที่พาไปทำความรู้จักกับรากเหง้าของชาวฮากกา (Hakka) และชนพื้นเมือง เป็นการผสานอดีตและอนาคตได้อย่างไร้ที่ติ

3. หมู่บ้านวัฒนธรรมและสร้างสรรค์เซิ่งลี่ซิงชุน (Shengli Star Village)
เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการฟื้นฟูชุมชนอย่างสร้างสรรค์ อดีตหมู่บ้านพักอาศัยของทหารญี่ปุ่นและครอบครัวทหารผ่านศึกพรรคก๊กมินตั๋งที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ปัจจุบันบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณกว่า 60 หลัง ได้กลายเป็นพื้นที่ Creative Hub ที่เปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเข้ามาต่อยอดธุรกิจ คุณจะได้เห็นร้าน กาแฟสเปเชียลตี้ ร้านหนังสืออิสระ และสตูดิโองานคราฟต์ที่ดำเนินกิจการโดยคนรุ่นใหม่ การมาเดินเล่นที่นี่คือการสนับสนุนให้ร้านค้าเล็กๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านเก่าอยู่รอดและเติบโตไปพร้อมกับยุคสมัย


4. พิพิธภัณฑ์เรือ & วัดตงหลงกง (Donggang King Boat Culture Museum)
ตงกั่งไม่ได้มีดีแค่ตลาดปลา แต่ยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่อย่าง “เทศกาลเผาเรือเทพเจ้า” ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปี เพื่อปัดเป่าโรคระบาดตามความเชื่อโบราณ เรือไม้ขนาดยักษ์ถูกต่อขึ้นอย่างประณีตด้วยวิชาช่างที่สืบทอดกันมา ก่อนจะถูกเผาส่งกลับสู่สวรรค์ในคืนสุดท้าย ตัววัดตงหลงกงเองก็ตระการตาด้วยซุ้มประตูที่ปิดทองคำเปลวแท้ สะท้อนให้เห็นถึงความอุทิศตนและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก


5. อุทยานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองไต้หวัน (Taiwan Indigenous Peoples Cultural Park)
การมาไต้หวัน สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดคือ “คน” ดังนั้นการมาเยี่ยมชมวิถีของชนเผ่าดั้งเดิมของไต้หวันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะมันมีบางอย่างคล้ายบ้านเรา อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาเขียวขจี เป็นแหล่งรวบรวมวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณของชนพื้นเมืองทั้ง 16 เผ่า โดยเฉพาะชนเผ่าไพวัน (Paiwan) เป็นความบังเอิญพ้องเสียงทำให้ดูคุ้นเคย เหมือนไพรวันที่แปลว่าป่า มีวัฒนธรรมการกินหมากเหมือนคนไทยในสมัยก่อน และนับถือผีบรรพบุรุษและเจ้าป่าเจ้าเขาเหมือนกัน มีการทอผ้าและงานจักสานคล้ายกัน และที่พลาดไม่ได้คือการรับชมการแสดงระบำที่เปี่ยมไปด้วยพลังและเสียงร้องที่ดังก้องกังวานจนขนลุก ในขณะที่ชมการแสดงคือทุกคนต้องปิดมือถือห้ามถ่ายภาพทุกกรณี หากว่าคุณเป็นสายเดินป่าด้วยละก็ที่นี่ยังมีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทาง ระดับความยากง่ายแตกต่างกันไป มีจุดกางเต็นท์ที่รถยนต์เข้าถึง คราวหน้าถ้าไม่ติดอะไรอาจได้ไปสัมผัสบรรยากาศแคมปิ้งแบบนี้บ้าง



6. สะพานแขวนแก้วซานชวนหลิวหลี (Shanchuan Glass Suspension Bridge)
“ซานชวน” หมายถึงภูเขาและแม่น้ำ “หลิวหลี” หมายถึงลูกปัดแก้ว เป็นสะพานแขวนยาว 262 เมตร เดินข้ามแม่น้ำอ้ายเหลียว เชื่อมรอยต่อระหว่างความงดงามทางวิศวกรรมและศิลปะพื้นถิ่น บนตัวสะพานประดับด้วยศิลปะโมเสกและ “ลูกปัดแก้ว” (Glass Beads) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของชนเผ่าไพวัน (Paiwan) แต่ละลวดลายบอกเล่าเรื่องราวของความกล้าหาญ ความรัก และการปกปักรักษา เป็นการเดินข้ามหุบเขาที่ได้ซึมซับทั้งวิวทิวทัศน์และเรื่องราวทางวัฒนธรรม


7. พิพิธภัณฑ์รถไฟเฉาโจว (Chaozhou Railway Park)
พื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ที่เปลี่ยนศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ รวบรวมหัวรถจักรไอน้ำและตู้โดยสารเก่าแก่ที่ปลดระวางมาจัดแสดงให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การคมนาคม ไฮไลต์คือการปรับปรุงตู้รถไฟเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ชิคๆ ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของวันวาน


8. อุทยานธรณีวิทยาเหิงชุน ชูหั่ว (Chuhuo Eternal Flame)
เราจะได้เห็นเปลวไฟที่ลุกอยู่เหนือผิวดินตลอดเวลา เป็นความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ก๊าซธรรมชาติใต้ผิวโลกแทรกซึมผ่านรอยแยกของชั้นหินโคลนขึ้นมาสู่ผิวดิน และลุกไหม้เป็นเปลวไฟที่ไม่เคยดับมอด แนะนำให้แวะมาในช่วงหัวค่ำ คุณจะได้เห็นแสงไฟสีส้มเต้นระบำตัดกับความมืดมิดของบรรยากาศโดยรอบ หากวันใดเปลวไฟดับลง จะรีบมีเจ้าหน้าที่มาจุดไฟให้ติด เพราะเกรงว่าว่าก๊าซจะลอยไปในอากาศ อาจทำให้เกิดอันตรายได้


9. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและชีววิทยาทางทะเลแห่งชาติไต้หวัน (NMMBA)
ตั้งอยู่ต้นทางเข้าสู่เขิ่นติง ที่นี่คือศูนย์วิจัยและอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน จัดแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศน้ำตั้งแต่ภูเขาถึงทะเล สร้างและเลียนแบบธรรมชาติจริงๆ เรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ทะเลในเขตป่าฝนเขตร้อนกลางมหาสมุทร นอกเหนือจากรวบรวมความรู้ระบบนิเวศในพื้นที่ไต้หวันแล้ว ยังมีการนำความรู้จากที่ต่างๆทั่วโลกนำมาไว้ในแห่งเดียวกัน ราวกับว่ามาที่นี่ที่เดียวเที่ยวทั่วโลก ไฮไลต์คืออุโมงค์ใต้น้ำขนาดยักษ์และตู้กระจกสายพันธุ์ปลาจากทั่วโลก


10. ประภาคารเอ๋อหลวนปี๋ (Eluanbi Lighthouse) จุดชมวิวทะเลที่สวยงาม ณ ปลายสุดเกาะ เจ้าของฉายา “Light of East Asia” ประภาคารติดอาวุธศตวรรษที่ 19 ที่มีกำลังไฟส่องสว่างไกลที่สุด ว่ากันว่าประภาคารแห่งถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนป้อมปราการติดอาวุธ โดยเจาะช่องเล็กๆรอบกำแพงเป็นช่องยิงปืน ประภาคารแห่งนี้ก่อสร้างในยุคสมัยราชวงศ์ชิง



11. อุทยานหลงผาน (Longpan Park) พื้นที่นี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเขิ่นติง พื้นที่ทุ่งหญ้าบนที่ราบสูงหินปูนปะการังริมหน้าผาอันกว้างใหญ่ที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกสีฟ้าครามตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวแบบพาโนรามา 360 องศา จากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน ได้ดันเอาแนวปะการังที่เคยอยู่ใต้ทะเลให้โผล่พ้นน้ำขึ้นมากลายเป็นแผ่นดินที่เราเหยียบอยู่ในปัจจุบัน และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากแห่งหนึ่งบนเกาะไต้หวัน
และทั้งหมดนี้คือวิถี และธรรมชาติบางส่วนที่ได้สัมผัส หากคุณมีโอกาสแวะเวียนมายังไต้หวัน เราอยากให้คุณลองมาสัมผัสผิงตงสักครั้ง ว่าเราจะรู้สึกเหมือนกันไหม
EXPLORES: ตู่-บาส
AUTHOR: ตู่-ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
PHOTOGRAPHER: บาส-บดินทร์ บำบัดนรภัย, ตู่-ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ขอบคุณ
คุณอดิศร ยังศรียุกต์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)
คุณสุมาลี ว่องเจริญกุล อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ
Transportation and Tourism Department Taiwan

