Type and press Enter.

บ้านนาต้นจั่น ชุมชนสโลว์ไลฟ์กลางทุ่งนา จ.สุโขทัย

ชุมชนสโลว์ไลฟ์แห่งนี้เหมาะสมต่อการหลบความวุ่นวายไปชาร์จพลังชีวิต ที่ทุกคนควรลองไปดูสักครั้ง

มีอยู่ทริปหนึ่งของพวกเรา Explorers Club ที่ยังตราตรึง เป็นที่จดจำ และพูดถึงกันอยู่บ่อย ๆ คือการย้อนไปคิดถึงช่วงเวลาสำคัญที่ชุมชน บ้านนาต้นจั่น ส่วนหนึ่งใน ทริปจังหวัดสุโขทัย ของพวกเราเมื่อปีก่อน

มื้อเย็นแบบขันโตก
บ้านนาต้นจั่น
บ้านนาต้นจั่น

บ้านนาต้นจั่น คือชุมชนเล็ก ๆ ในอำเภอศรีสัชนาลัย อยู่ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยราว ๆ 80 กิโลเมตร ชาวบ้านในพื้นที่มีการรวมกลุ่มกันเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น’ โดย คุณป้าเสงี่ยม แสวงลาภ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ผู้นำกลุ่มที่ริเริ่มจากการรวมกลุ่มทอผ้าหมักโคลน ซึ่งเป็นของดีประจำชุมชน และทดลองปรับบ้านตัวเองให้เป็นโฮมสเตย์ เปิดให้บริการกับนักเดินทางที่ต้องการซึมซับบรยากาศแบบสโลว์ไลฟ์จริง ๆ ให้มาพัก เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน เกษตรกรรม และเที่ยวชมธรรมชาติ ก่อนที่เพื่อนบ้านคนอื่น ๆ จะทยอยเปิดที่พักเพิ่มขึ้นตามมา

คุณป้าเสงี่ยม แสวงลาภ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ

ป้าเสงี่ยมได้เล่าให้พวกเราฟังว่า ทุกวันนี้การรวมตัวกันของชาวชุมชนที่นี่ค่อนข้างมีความเข้มแข็ง มีรูปแบบการทำงานชัดเจน เน้นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งโมเดลดังกล่าวได้สร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนแห่งนี้มานานกว่าสิบปี จากกลุ่มทอผ้า ขยายมาสู่การชวนคนในชุมชนมาเปิดบ้านทำโฮมสเตย์ ต่อยอดเป็นบริการนำเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยมีนักสื่อความหมายท้องถิ่นคอยนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเข้าใจง่าย พร้อมต้อนรับนักเดินทางด้วยอาหารเมนูอร่อยที่คิดและปรุงเองจากแม่ครัวชาวบ้านนนาต้นจั่นเองทั้งหมด

ในทริปนั้นหลังเสร็จงานแถว ๆ ชุมชนท่าชัย-ศรีสัชนาลัย พวกเรามุ่งหน้าไปค้างคืนที่โฮมสเตย์ บ้านนาต้นจั่น พี่เจ้าของบ้านต้อนรับเราด้วยอาหารขันโตกชุดใหญ่เป็นมื้อเย็น วันรุ่งขึ้นได้เดินเทรลสั้น ๆ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ‘จุดชมวิวห้วยต้นไฮ’ เส้นทางนี้ยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตร ที่มือใหม่ก็เดินได้สบาย ขอให้ร่างกายพร้อม แต่ไม่เหมาะกับรองเท้าแตะนะครับ อาจจะบาดเจ็บได้ เพราะบางจุดมีความชัน และเส้นทางไม่เรียบเท่าไรนัก

ตั้งน้ำให้เดือดสำหรับกาแฟตอนเช้า
ชาวบ้านที่นำทางพวกเราขึ้นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น
เสิร์ฟกาแฟด้วยกระบอกไม้ไผ่
บ้านนาต้นจั่น
บ้านนาต้นจั่น
สะพานใจเชื่อมทุ่ง จุดไฮไลต์ประจำชุมชน

พอช่วงสาย ๆ หลังพักเหนื่อยกันเรียบร้อย พี่นักสื่อความหมายท้องถิ่นชวนเรานั่งรถอีแต๊ก ไปชมชุมชน ตั้งแต่ ‘จุดชมวิวสะพานไม้ใจเชื่อมทุ่ง’ ที่ถ่ายรูปสวยมาก ชมกระบวนการทำผ้าหมักโคลนภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน ที่ช่วยให้ผ้าที่เพิ่งทอเสร็จ มีความนุ่ม ซึ่งเกิดขึ้นจากการสังเกตเห็นชายผ้าถุงของย่ายายที่ใส่ทำนาและแช่อยู่ในโคลนซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ก็มักจะมีความนุ่มกว่าส่วนอื่น ๆ จึงนำมาพัฒนาจนกลายเป็นภูมิปัญญาพื้นถิ่น ก่อนจะต่อยอดเป็นสินค้า ‘ผ้าหมักโคลน’ ของบ้านนาต้นจั่นที่มีอัตลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด จากนั้นยังแวะไปเล่นตุ๊กตาบาร์โหนที่บ้านตาวงษ์ ที่นำไอเดียและทักษะเชิงช่างของตัวเองมาคิดค้นอุปกรณ์บริหารกล้ามเนื้อมือที่พกพาไปได้ทุกที่ แถมยังเล่นได้เพลิน ๆ อีกด้วย

อีกอย่างหนึ่งคืออาหารรสชาติดีอย่าง ข้าวเปิ๊บ เมนูทานง่ายที่ชาวบ้านสืบทอดกันมานานตั้งแต่ช่วงที่ในชุมชนยังหาซื้อเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ยาก ชาวบ้านจึงประยุกต์เอาข้าวสารข้าวจ้าวมาผ่านกระบวนการทำแป้งหมัก นึ่งเป็นแผ่น และทับซ้อนกันไปมาคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ (คำว่า เปิ๊บ มาจากคำว่า พับ ทบ ในภาษาถิ่น) ใช้แทนเส้นก๋วยเตี๋ยว ปรุงน้ำซุป เติมผักตำลึง เนื้อหมู และไข่ดาว

แม่ค้าในชุมชนกำลังทำเมนูข้าวเปิ๊บ
บ้านนาต้นจั่น
เมนูข้าวเปิ๊๊บมีหลากหลายให้เลือกรับประทาน
บ้านนาต้นจั่น
บ้านนาต้นจั่น
รถอีแต๊กที่ดัดแปลงขึ้นเพื่อใช้พานักท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ของชุมชน

ทั้งหมดเลยทำให้บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชนที่ครบเครื่องเรื่องการพักผ่อนอย่างแท้จริง ทิปอย่างหนึ่งคือ การมาเยือนชุมชนที่แสนบริสุทธิ์แห่งนี้ต้องตั้งใจมาสักนิด ไม่เหมาะกับการเป็นจุดแวะระหว่างทาง ที่สำคัญควรจะนอนค้างสักหนึ่งคืนเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้ซึมซับบรยากาศแบบสโลว์ไลฟ์จริง ๆ นะครับ

ข้อมูลชุมชนบ้านนาต้นจั่น: https://www.facebook.com/HomeStayBannaTonChan

EXPLORERS: เอ็กซ์, ลี่, ติ๊ก, แบงค์, หมู, ไข่

AUTHOR: เอ็กซ์-พงษ์อมร ต้นสายเพ็ชร

PHOTOGRAPHER: แพรวา-กรานต์ชนก บุญบำรุง